伊弉諾物質 ~ Neo-traditionalism of Japan.
อิซานากิบุสชิทสึ (วัตถุอิซานากิ) ~ ความเชื่อเรื่องจารีตประเพณียุคใหม่ของญี่ปุ่น
.........................................................................................................................................................................................
ซีรี่ส์สองสาวจากโลกภายนอก แผ่นที่หก
ZUN's Music Collection อัลบั้มที่ 7 ของเซี่ยงไฮ้อลิสเกนกาคุดัน และสำหรับซีรี่ส์สองสาวจากโลกภายนอกนั้นต้องจัดว่าเป็นแผ่นที่ 6
เป็นแผ่นเพลงพร้อมเรื่องสั้นที่บอกเล่าถึงการผจญภัยของสองสาวซึ่งอาศัยอยู่ภายนอกเกนโซวเคียว หรือที่เรียกกันว่า โลกภายนอก
มาเอริเบอร์รี่ เฮิร์น (เมอรี่) สาวน้อยผมบลอนด์ผู้มองเห็นเขตแดนและเข้าออกเกนโซวเคียวได้โดยนึกว่ามันเป็นเพียงโลกแห่งความฝัน
อุซามิ เรนโกะ สาวน้อยผมน้ำตาลผู้สามารถรู้พิกัดตำแหน่งได้ด้วยการมองพระจันทร์ และรู้เวลาได้ด้วยการมองดวงดาว
วางจำหน่าย : งาน Comic Market ครั้งที่ 82 (วันที่ 11 เดือน 8 ปี 2012)
คำโปรย :
Vision ของใต้พิภพคือวัตถุแห่งขุมนรกงั้นหรือ
――Antenna ของเมอรี่ซึ่งมีการรับรู้สูงขึ้นกำลังจินตนาการถึงความจริงของญี่ปุ่น
รวมบทเพลงรำลึกความหลังแห่งอนาคตชุดที่ 7 ซึ่งบรรเลงโดยวงดนตรีมายาเซี่ยงไฮ้อลิส
รายชื่อเพลง
1. 緑のサナトリウム
มิโดริโนะซานาโทเรียม (Sanatorium สีเขียว)
ต้นฉบับ : Original
2. 牛に引かれて善光寺参り
อุชินิฮิคาเรเตะเซนโควจิไมริ (วัวลากเข้าวัดเซนโควจิ)
ต้นฉบับ : Original
3. ハートフェルトファンシー
ฮาร์ทเฟลท์ แฟนซี (Heartfelt Fancy) (จินตนาการอย่างจริงใจ)
ต้นฉบับ : ハートフェルトファンシー (ภาค 11)
4. 六十年目の東方裁判 ~ Fate of Sixty Years
โรคุจูวเนนเมะโนะโทวโฮวไซบัน (การพิพากษาแห่งตะวันออกในปีที่หกสิบ) ~ เฟท ออฟ ซิกซ์ตี้ เยียร์ส (ชะตากรรมของหกสิบปี)
ต้นฉบับ : 六十年目の東方裁判 ~ Fate of Sixty Years (ภาค 9)
5. アガルタの風
อาการ์ธาโนะคาเซะ (สายลมแห่ง Agartha)
ต้นฉบับ : Original
6. イザナギオブジェクト
อิซานากิออบเจคท์ (Izanagi Object)
ต้นฉบับ : Original
7. 妖怪裏参道
โยวไคอุระซันโดว (เส้นทางลับสู่วัดโยวไค)
ต้นฉบับ : 妖怪裏参道 (ภาค 13)
8. アンノウンX ~ Unfound Adventure
Unknown X ~ อันฟาวด์ แอดเวนเจอร์ (การผจญภัยที่ไม่เคยค้นพบ)
ต้นฉบับ : アンノウンX ~ Unfound Adventure (ภาค 12.3)
9. 日本中の不思議を集めて
นิฮอนจูวโนะฟุชิกิโอะอัทสึเมเตะ (รวบรวมสิ่งมหัศจรรย์ทั่วญี่ปุ่น)
ต้นฉบับ : Original
10. 素敵な墓場で暮しましょ
สึเตคินะฮาคาบะเดะคุราชิมาโชะ (มาใช้ชีวิตในสุสานอันแสนวิเศษกันเถอะ)
ต้นฉบับ : 素敵な墓場で暮しましょ (ภาค 13)
Tips :
- สำหรับท่านที่ไม่ทราบ Original ในที่นี้หมายถึง เพลงต้นฉบับที่ถูกแต่งขึ้นและเผยแพร่เป็นครั้งแรกในแผ่นนี้ มิได้ดัดแปลงมาจากเพลงใดเลย
- อิซานากิ ...ต้นกำเนิดเชื้อสายเทพเจ้าญี่ปุ่นทั้งมวล ผู้เป็นบิดาของสามมหาเทพ อามาเทราสึ ทสึคุโยมิ และสึซาโนโอะ
- ภาพหน้าปกแผ่นมีรายละเอียดปลีกย่อยนิดหน่อย ได้แก่
องุ่น ... ของที่อิซานากิใช้สกัดกั้นนางยักษ์ยมโลกในตอนที่เขาหนีออกมาจากยมโลก
หน่อไม้ ... ของที่อิซานากิใช้สกัดกั้นนางยักษ์ยมโลกในตอนที่เขาหนีออกมาจากยมโลก
ลูกท้อ ... ของที่อิซานากิใช้สกัดกั้นกองทัพยมโลกและแปดเทพอัสนีในตอนที่เขาหนีออกมาจากยมโลก
- แผ่นเพลงแรกในคอลเลคชั่นที่มีการเติม จุด (.) ต่อท้ายชื่อภาษาอังกฤษ
ปกติจะเติมเฉพาะท้ายชื่อของภาคเกมหรือหนังสือเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เติมให้ภาคเพลง แต่บางทีอาจเป็นแค่การหลงลืมของท่านเจ้าอาวาสก็ได้
- Vision (น.) การมองเห็น ทัศนวิสัย มุมมอง
- Antenna (น.) สายอากาศ เสาอากาศ หนวดที่ใช้รับสัมผัสของแมลง ความอยากรู้อยากเห็น
- Sanatorium = สถานอนามัย, สถานรักษาโรค, สถานพักฟื้น, สถานบำรุงสุขภาพ, สถานส่งเสริมสุขภาพ, โรงพยาบาลสำหรับผู้เป็นโรคเรื้อรัง
- วัวลากเข้าวัดเซนโควจิ ...เรื่องเล่าของเมืองนากาโนะ (บ้านเกิดของ ZUN)
วันหนึ่งยายแก่ขี้เหนียวกำลังตากผ้า แล้วมีวัวจากไหนไม่รู้โผล่มา โดยเขาของมันเกี่ยวผ้าแล้ววิ่งหนีไป
ยายแก่คิดว่าวัวจะขโมยผ้าจึงวิ่งตามไปจนถึงวัดเซนโควจิ แล้ววัวก็หายตัวไป ทิ้งให้ยายแก่ได้พบกับพระสงฆ์
ในที่สุดยายแก่ก็ซึ้งรสพระธรรมจนยอมกลับตัวเป็นคนดี
- Agartha ดินแดนในอุดมคติซึ่งเชื่อว่าตั้งอยู่ใจกลางโลก และมีอารยธรรมสูงส่ง
Story
1. 緑のサナトリウム
คำโปรย : Sanatorium in Mountain
「แล้วช่วงนั้นไม่เบื่อเหรอ ?」
「ไม่เบื่อได้ไงล่ะ โดนกักกันโรคไว้ในหุบเขาลึกที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์แบบนั้นน่ะ」
「กักกันโรคงั้นเหรอ......พักฟื้นต่างหากล่ะ พักฟื้น ประมาณนั้น」
ลัทธิคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหัวรุนแรงได้ทำการประดับประดารอบเมืองด้วยป่าไม้
แต่มันไม่ใช่พืชตามธรรมชาติ จึงดูคล้ายกับภาพวาดป่าทึบเสียมากกว่า
มนุษย์คิดจะสร้างธรรมชาติและควบคุมสรรพสิ่ง
ตัวตนที่อยู่เหนือการควบคุมจะถูกปฏิเสธเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
โรคภัยไข้เจ็บเองก็ค้นพบวิธีการรักษาเกือบหมดแล้ว
โรคที่เป็นมาแต่กำเนิดและไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ถูกจัดว่าเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล ไม่ถือว่าเป็นโรค
สังคมเองก็เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้
เรื่องที่ว่า โรคที่รักษาไม่หาย "ไม่มีตัวตนอยู่จริง"
มาเอริเบอร์รี่ เฮิร์น (เมอรี่) ได้รับบาดแผลมาจากซากโบราณเรือวิหค จนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
เธอถูกวินิจฉัยว่ามีอาการเพ้อเนื่องจากติดเชื้อไวรัสที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลก
ด้วยคุณลักษณะของสังคมที่หวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม
เมอรี่จึงถูกส่งไปกักกันโรคเพื่อทำการรักษาโดยเรียกว่าเป็นการพักฟื้น ณ Sanatorium แห่ง ชินชู
จากนั้นก็มีการติดต่อมาว่าได้ทำการรักษาจนหายขาดแล้ว อุซามิ เรนโกะ จึงมารับเธอกลับไป
「ไม่ยอมให้พบใครเลยด้วย แต่เดิมฉันเองก็ไม่มีญาติอยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วด้วย」
「เอาน่าเอาน่า ว่าแต่อาการป่วยเป็นแบบไหนล่ะ ?」
「แบบว่า รู้สึกตัวลอยด้วยพิษไข้และเดินละเมอไปในภาพหลอนเกี่ยวกับโลกอื่นน่ะ」
「อื๋อ ? แบบนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเมอรี่นี่นา......」
2. 牛に引かれて善光寺参り
คำโปรย : Goslings lead the geese to water.
「ดูสิ เสาของอุโบสถเลื่อนจากฐานไปมากน่าดูเลยเห็นมั้ย ?」
「นี่เหรอ เสาแผ่นดินไหว ?」
ไหนๆก็หายป่วยทั้งที สองสาวจึงถือโอกาสเที่ยวเมืองชินชูเสียเลย
โดยเริ่มต้นจากการเยี่ยมชมวัดเซนโควจิซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
นักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ในย่านร้านค้าบนทางเข้าวัดนั้นไม่ใช่ของแปลกตา
ร้ายขายของฝากถูกผูกติดกับวัฒนธรรมไปแล้ว ราวกับว่าเวลาได้หยุดลงมานานเกินร้อยปี
「เจ้านี่เลยกลายเป็นร่องรอยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเซนโควจิไงล่ะ」
――แผ่นดินไหวเซนโควจิ คือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ณ ตอนบนของจังหวัดชินชูในปีโควคะที่ 4 (ค.ศ.1847)
วัดเซนโควจิมีชื่อเสียงจากการเปิดแสดงพระพุทธรูปลับเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 7 ปี
ซึ่งในช่วงนั้นจะมีผู้คนจากทั่วประเทศมารวมตัวกันจนหนาแน่นผิดปกติ
ว่ากันว่าแผ่นดินไหวเซนโควจิก็ดันเกิดขึ้นในระหว่างเทศกาลดังกล่าวพอดี
จึงทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากและมีคนตายหลายพันคน
「จะบอกว่ามีแค่เสาที่เลื่อนเพราะแผ่นดินไหวเหรอ ? มีแบบนี้ด้วยเหรอ」
「อันที่จริงน่ะนะ เป็นที่ทราบกันแล้วว่าเสานี่แค่ผ่านกาลเวลาจนแห้งผากและบิดงอไปเท่านั้นเอง
แต่พอเรียกว่าเสาแผ่นดินไหวแล้วจะทำให้คนรุ่นหลังทราบถึงความน่ากลัวของแผ่นดินไหวได้ดีกว่า
ทุกคนเลยตัดสินใจตั้งชื่อนั้นให้อย่างเป็นทางการน่ะ」
เมอรี่กำลังมองอยู่ มองทิวทัศน์ของแผ่นดินไหวอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งคล้ายกับเสาที่บิดงอ
3. ハートフェルトファンシー
คำโปรย : Heartfelt Fancy
「เป็นอะไรไปเหรอ ? ดูเหมือนสีหน้าไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้
อาการทรุดเพราะไข้ขึ้นเหรอ ?」
「อ๊ะ อ้อ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ดูเหมือนจะดีถึงขีดสุดเลยมากกว่า......」
「?」
พักหลังมานี้เมอรี่ไม่ได้แค่เห็นแค่รอยแยกของเขตแดนเท่านั้น แต่ยังมองเห็นทิวทัศน์ของต่างโลกด้วย
แถมยังไม่ใช่แค่ความฝันเท่านั้น แต่ยังเข้าออกได้จริงๆด้วย เลยทำให้รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
ซากโบราณเรือวิหคเมื่อวันก่อนก็เช่นกัน มันอาจจะเป็นแค่ความฝันสำหรับเรนโกะ แต่สำหรับเธอแล้ว มันไม่ต่างจากความจริงเลย
ดังนั้นจึงมีเพียงเธอที่ได้รับบาดแผล
เหตุผลที่เธอถูกส่งไปยัง Sanatorium นั้น หากพูดให้ถูกต้องก็คือเธอถูกตัดสินว่าเกิดความผิดปกติทางจิตใจขึ้นมา
แน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่สังคมก็ไม่ยอมรับผู้ที่แปลกพิศวงเกินความเข้าใจ
ดังนั้นจึงต้องปิดเรื่องความสามารถของเธอเป็นความลับในฐานะสิ่งลี้ลับ
「ฉันน่ะ รู้ว่าเมอรี่มีพลังที่น่ามหัศจรรย์อยู่
แต่พลังนั่นมักจะเกี่ยวข้องกับวัดและศาลเจ้าเสมอเลยนะ」
「งั้นหรอกเหรอ ?」
「ใช่ เพราะงั้นก็เลยลองมาที่นี่ดู แต่อาการของเธอยังไม่ค่อยดีนี่นะ ?」
「ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร
แต่อาการมันดีเกินไปหน่อยน่ะน้า เลยเห็นกระทั่งของที่เกินความจำเป็นด้วย」
「ของที่เกินความจำเป็น ?」
「อย่างเช่น นรก น่ะ」
4. 六十年目の東方裁判 ~ Fate of Sixty Years
「หวา--- แบบนี้มันออกจะ...」
「ทำหน้าตาน่าสนุกเอาการเลยนะ」
ทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นยมบาลแห่งวัดเซนโควจิ
รูปปั้นยมบาลแสดงความโกรธเกรี้ยวด้วยใบหน้าสีแดงก่ำ แต่ทั้งสองเห็นเป็นแค่ตาแก่ขี้เมาเท่านั้นเอง
「นี่ เมอรี่ เรื่องที่เล่าเมื่อกี้น่ะ ตกลงว่ามีนรกอยู่จริงๆเหรอ ?」
「อืม--- นรกเนี่ย
ว่ากันว่าอยู่ลึกลงไป 40,000 โยชน์สินะ」
「โยชน์ นี่คือหน่วยวัดความยาวเหรอ ?」
「ใช่ มันเป็นหน่วยวัดความยาวของอินเดียยุคโบราณ โดย 1 โยชน์มีค่าประมาณ 7 กิโลเมตรน่ะ
กล่าวคือ 40,000 โยชน์จะได้ประมาณ 280,000 กิโลเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางของโลกคือ 12,000 กิโลเมตรกับอีกนิดหน่อย แสดงว่าทะลุโลกไปเลยสินะ」
「ถ้า 280,000 กิโลเมตรก็คงจะทะลุโลกไปจนอยู่ใกล้ดวงจันทร์ซะมากกว่านะ
สรุปว่าไม่มีอยู่จริงงั้นสิ」
「หืม--- พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ」
ลึกลงไป 40,000 โยชน์นั่นคือก้นบึ้งของขุมนรก
และนรกมีความสูงจากจุดนั้นประมาณ 39,000 โยชน์
กล่าวคือเพดานของนรกอยู่ใกล้กว่านั้นมาก กินระยะทางแค่ 1,000 โยชน์จากพื้นพิภพเท่านั้น
หากแปลงหน่วยเป็นกิโลเมตรก็คือใต้ดินลึก 7,000 กิโลเมตร หมายความว่าบริเวณใจกลางโลกมีขุมนรกอยู่
เมอรี่ไม่รู้รายละเอียดของส่วนในของโลก
ถ้าหากตนเชื่อว่ามีนรกอยู่ แสดงว่าเธอเองก็ต้องไปที่นั่นในสักวันหนึ่งมิใช่หรือ ความกังวลนั้นได้แวบขึ้นมาในหัวของเธอ
ตอนนี้เธอมีสิ่งที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นอยู่
เธอจึงเล่าเรื่องต่อไปเพื่อกลบเกลื่อนความไม่สบายใจของตน
「แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ใกล้กว่าสวรรค์นะ ?」
「เอ๊ะ ? สวรรค์ก็อยู่แค่ตรงเหนือเมฆไม่ใช่เหรอ ?」
「ความสูงขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้สถิตบนสรวงสวรรค์น่ะมีความสูงถึง 6x10125 โยชน์เลยนะ ?
แทนที่จะเรียกว่าเหนือเมฆ------」
「------เอ่อ--- แค่ความสูงขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็กว้างใหญ่กว่าอวกาศตามทฤษฎีบิ๊กแบงแล้วนะ
อวกาศขยายตัวถึงขั้นนั้นเลยเหรอ」
5. アガルタの風
คำโปรย : Agartha Wind
「เทียบกับนรกแล้ว สวรรค์ยิ่งอยู่ไกลเข้าไปใหญ่เลยนะ」
「ในขณะเดียวกัน เทียบกับสวรรค์แล้ว นรกจัดว่าอยู่ใกล้กว่ามาก ในแง่ของการมีอยู่จริงน่ะนะ」
ตั้งแต่สมัยโบราณกาลอันนานเนิ่น นรกจะมีตัวตนบนพื้นพิภพเสมอตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์อยู่
บางทีการจินตนาการถึงสวรรค์ที่อยู่ห่างไกลยิ่งกว่านรกอย่างมากนั้นอาจเป็นวิธีการบรรเทาความหวาดกลัวอย่างหนึ่งก็เป็นได้
แต่ว่านรกของจริงที่อยู่ใต้ดินยังคงเงียบงันเรื่อยมา
เมอรี่ปิดไว้ไม่ให้เรนโกะรู้ว่า เธอได้ออกค้นหาโลกลี้ลับที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินในระหว่างการบำบัดที่ Sanatorium
ทางเข้าของโพรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัว ชวนให้นึกถึงปากทางเข้ายมโลกที่เคยอ่านเจอในเทวตำนานญี่ปุ่น (ฉบับโคจิคิ)
เธอกำลังถือเศษหินลึกลับที่เก็บได้มาจากที่นั่น
ไม่รู้ว่าทำไมพอถือหินก้อนนี้แล้วถึงได้เห็นทิวทัศน์มากมายล่องลอยเข้ามาในหัวแล้วหายไป
เมอรี่สังหรณ์ใจว่าอาจมีอะไรบางอย่างอยู่ใต้พิภพ
และมันต้องเป็นความลับสุดยอดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประเทศนี้แน่
「เมอรี่ เป็นอะไรไปเหรอ
ครุ่นคิดอะไรอีกแล้ว」
「นี่ เรนโกะ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงที่ฉันไป Sanatorium เลยเหรอ ?」
6. イザナギオブジェクト
คำโปรย : Izanagi Object
「เอ๋ ? อะไรงั้นเหรอ นั่นสิน้า」
「โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับใต้พิภพน่ะ」
「อ๊ะ อืม--- จะว่าไปแล้ว เธอถูกตัดขาดจากข้อมูลข่าวสารอย่างสมบูรณ์เลยนี่นะ
OK OK ถ้าเป็นข่าวเมื่อสัก 1 เดือนก่อนฉันยังจำได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ
ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใต้พิภพก็......นั่นสิน้า ถ้ารวมพวกข่าวที่ไม่น่าจะเป็นจริงด้วยล่ะก็」
「ขอร้องล่ะ」
「ดูเหมือนจะมีแร่ที่มีส่วนประกอบลึกลับโผล่ออกมาจากเหมือง Methane hydrate ในทะเลญี่ปุ่นน่ะ......
เห็นบอกว่าเป็นเศษซากของอิซานากิเพลทที่หายไปอย่างสมบูรณ์เมื่อ 25,000,000 ปีก่อน
เล่นเอาวุ่นวายใหญ่โตกันไปพักหนึ่ง แต่ดูเหมือนข่าวนั่นจะไม่เป็นความจริง หินที่พบนั่นดูยังไงก็มีรูปร่างเหมือนถูกมือคนปั้นขึ้นมามากกว่า
นักวิชาการทุกคนก็เลยเลิกสนใจกัน」
อิซานากิเพลท (Izanagi Plate) คือแผ่นเปลือกโลกโบราณที่ชนกับยูเรเซียนเพลทจากฝั่งแปซิฟิกจนเกิดหมู่เกาะญี่ปุ่นขึ้นมา
แต่มันได้มุดลงไปใต้เปลือกโลกเมื่อ 25,000,000 ปีก่อนจนหายไปอย่างสมบูรณ์
จึงตั้งชื่อตามเทพผู้ให้กำเนิดหมู่เกาะญี่ปุ่นในเทวตำนาน
「สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่มาจากใต้พิภพ ? จริงเหรอ ?」
「แหม--- จะว่ายังไงดีน้า
ดูเหมือนเมื่อก่อนจะเคยมีนักวิชาการที่กุเรื่องว่า "นี่คืออุปกรณ์ที่ทำจากหินตั้งแต่เมื่อ 700,000 ปีก่อน" แต่ไม่ใช่ 25,000,000 ปีแบบนี้น้า」
「ถ้าสรุปในทางตรงข้ามว่ามันไม่ใช่เรื่องที่กุขึ้นล่ะ」
เมอรี่แสดงสีหน้าให้เห็นว่าเธอมั่นใจในอะไรบางอย่าง
7. 妖怪裏参道
คำโปรย : Enigma Street
「ข่าวดีนะ
เจ้าวัตถุที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์นั่น เป็นของจริงล่ะ !」
「เห ?
วันนี้เมอรี่แปลกๆไปนะ ? เดี๋ยวก็ทำท่าไม่สบายใจ เดี่ยวก็ทำท่ามั่นใจ」
「อันที่จริง ฉันกำลังถือหินที่ถูกเรียกว่าเศษซากของอิซานากิเพลทอยู่น่ะ」
「เห ?
พะ.. พูดอะไรของเธอน่ะ ? ตกลงว่าเพี้ยนไปแล้วจริงๆหรือ ?」
เรนโกะสังเกตเมอรี่ที่กำลังคึกคะนองอย่างบอกไม่ถูก
เธอเอาแต่พูดพึมพำว่า อิซานากิมีอยู่จริง......อะไรเทือกนั้น
เรนโกะรู้สึกเหงาราวกับว่าเมอรี่ได้จากไปยังสถานที่อันแสนห่างไกล
จะว่าไปแล้ว เธอเองก็รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าความสามารถของเมอรี่เพิ่มสูงขึ้น
ช่วงแรกแค่สามารถมองเห็นโลกลี้ลับแล้วเข้าไปเที่ยวเล่นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับสามารถนำวัตถุจากโลกนั้นกลับมาได้อย่างอิสระ
บางครั้งก็มีสิ่งที่คล้ายกับโยวไคปรากฏตัวออกมาในโลกลี้ลับ
มันเป็นแค่ภาพมายาสำหรับเรนโกะ แต่เป็นของจริงสำหรับเมอรี่
จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เรนโกะจะคิดว่าเมอรี่มีระดับทัดเทียมกับโยวไคเหล่านั้นแล้ว
8. アンノウンX ~ Unfound Adventure
「นี่นี่ หินที่เมอรี่บอกว่าถืออยู่น่ะ......」
「เอ้า นี่ไง」
เมอรี่ยื่นหินก้อนเล็กออกมา
บอกได้ยากว่ารูปร่างของมันคล้ายกับตะขอหรือกุญแจกันแน่
แต่ชัดเจนว่าเป็นของที่มนุษย์สร้างขึ้น
「ที่คือของที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งเก็บได้มาจากอิซานากิเพลท... วัตถุอิซานากิ (Izanagi Object) ไงล่ะ」
「หืม--- ทำไมถึงพูดได้อย่างมั่นใจขนาดนั้นล่ะ ?」
「ก็ฉันเห็นน่ะสิ
รูปลักษณ์ของญี่ปุ่นที่อิซานากิสร้างขึ้นเมื่อ 25,000,000 ปีก่อน」
「วันนี้เมอรี่ร้อนแรงกว่าทุกทีเลยนะ」
「จะว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้สภาพดีถึงขีดสุดจนภาพใหม่ๆมันลอยเข้ามาเรื่อยๆเลยล่ะ」
นับตั้งแต่กลับมาจาก Sanatorium ดูเหมือนเมอรี่จะมีสัมผัสที่เฉียบคมขึ้น
เรนโกะรู้สึกอิจฉา และในขณะเดียวกันก็คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองมองเห็นด้วยให้ได้
「นี่ ให้ฉันดูบ้างสิ--- ภาพพวกนั้นน่ะ」
9. 日本中の不思議を集めて
คำโปรย : Mysterious Island
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ผู้คนไม่ยอมรับสิ่งลี้ลับ
พอเห็นลูกไฟลอยอยู่ในความมืด สมัยก่อนจะบอกว่าเป็นวิญญาณคนตายที่ยังมีห่วง หรือไม่ก็เป็นลูกไฟที่จิ้งจอกใช้หลอกผู้คน
นั่นคือพลังแห่งจินตนาการอันลึกล้ำ
ต่อให้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไป พลังแห่งจินตนาการก็ยังคงสำคัญอยู่เช่นเคย
เพราะว่าวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากพลังแห่งจินตนาการ
แล้วก็จินตนาการว่าลูกไฟนั้นเกิดจากฟอสฟอรัสในอากาศเกิดติดไฟขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเป็นพลาสม่า หรือเป็นภาพหลอนที่เกิดจากสมอง
หากแต่ เมื่อสังคมเปลี่ยนไปสู่สังคมแห่งข่าวสาร พลังแห่งจินตนาการก็สูญพันธุ์ไป
ยุคที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมทำให้ไม่มีช่องว่างสำหรับจินตนาการ
ภายในทะเลข้อมูลจะต้องมีคำตอบเรื่องตัวจริงของลูกไฟอยู่อย่างแน่นอน ถ้าไม่มี ก็แค่ระบุว่าเกิดความผิดพลาดอะไรบางอย่างขึ้นก็พอ
ผู้คนสนุกสนานและพึงพอใจกับสิ่งลี้ลับที่มีคำตอบ และปฏิเสธสิ่งลี้ลับที่ไม่มีคำตอบ
นั่นคือเหตุผลที่เทพเจ้าหายไปจากประเทศนี้
ตอนนี้ทั่วญี่ปุ่นก็คือสุสานของเทพเจ้านั่นเอง
「เมอรี่ ! สถานที่นี้ ฉันเคยเห็นมาก่อนล่ะ !」
10. 素敵な墓場で暮しましょ
คำโปรย : Neo-traditionalism of Japan
「ทวนแทงกลับหัวนี้คือ อาเมะโนะซาคาโฮโกะ (ทวนพลิกสวรรค์) แห่งภูเขาทาคาจิโฮะ
มันคือทวนที่เทพอิซานากิและเทพอิซานามิใช้กวนปฐพีไงล่ะ」
เมอรี่ใช้มือสัมผัสที่ดวงตาของเรนโกะ
ถึงแม้ว่าจะไม่เสถียร แต่พอทำแบบนี้แล้วทำให้เรนโกะเองก็สามารถมองเห็นสิ่งที่เมอรี่เห็นได้
「เอ๋ ? มีจริงในโลกนี้ด้วยเหรอ ?」
「มันปักอยู่ที่ยอดเขาทาคาจิโฮะน่ะ
ทั้งที่ลี้ลับถึงขีดสุด แต่กลับไม่มีใครวิจัยมันอย่างจริงจังเลย」
ความไม่สบายใจได้หายไปจากหัวของเมอรี่แล้ว เพราะเธอรู้แล้วว่าทิวทัศน์ของใต้พิภพที่เธอเห็นนั้นไม่ใช่ขุมนรก
มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เป็นภาพของโลกแห่งเหล่าเทพนั่นเอง
「ถ้างั้นทวนพลิกสวรรค์นั่นก็ต้องเป็นของจริงแน่ๆสินะ
ฉันว่ามันต้องสร้างจากหินแบบเดียวกับวัตถุอิซานากิชิ้นนี้แน่เลย อย่างนี้ต้องไปตรวจสอบแล้ว」
「ดีจังเลยนะ คราวนี้ไปฉลองที่เมอรี่หายดีกันเถอะ
ถ้าทวนพลิกสวรรค์นั่นเป็นของจริง......บางทีแถวนี้อาจมีวัตถุอิซานากิอยู่ก็ได้นะ !」
พลังแห่งจินตนาการของสองคนนี้ไม่รู้จักหมดสิ้นเลยจริงๆ
「เดี๋ยวพักกันเสร็จแล้วเราลองไปดูที่ภูเขาโทกาคุชิกันต่อเถอะ
ที่นั่นมีหินประตูสวรรค์ที่ถูกเทพทาฉิคาระโอะขว้างทิ้งลงมาอยู่ล่ะ」
「ถ้าพูดถึงหินประตูสวรรค์ล่ะก็ มันคือส่วนหนึ่งของภูเขาทาคาจิโฮะนี่นา......」
「ใช่แล้ว หินประตูสวรรค์เองก็ต้องเป็นวัตถุอิซานากิแน่ๆเลย !
ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็ไปกันเถอะ สู่ภูเขาโทกาคุชิ」
「คึกคักจังเลยนะ
แบบนี้ทั่วญี่ปุ่นต้องมีวัตถุอิซานากิหลับใหลอยู่โดยที่ไม่มีใครสงสัยแน่เลย
และเฉพาะคนที่รู้เท่านั้นที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในยุคเทพได้
วิเศษไปเลย พวกเราไปค้นหาให้พบกันเถอะ !」
สุสานของเทพเจ้าเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งในฐานะความจริงทางประวัติศาสตร์
รูปลักษณ์อีกแบบหนึ่งของญี่ปุ่นนี้ มีเพียงชมรมผนึกลับ...ผู้ยอมรับในสิ่งลี้ลับเท่านั้นที่มองเห็น
Tips :
- ชินชู เป็นอีกชื่อหนึ่งของจังหวัดชินาโนะ ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดนากาโนะ บ้านเกิดของ ZUN
ตามเนื้อหาเรียกว่า ชินชู แสดงว่ากาลเวลาผ่านไปจนกลับมาเรียกจังหวัดนี้ด้วยชื่อนี้อีกครั้งแล้ว
- เรื่องเล่า วัวลากเข้าวัดเซนโควจิ นั้นเทียบได้กับเรื่อง Goslings lead the geese to water ของชาวตะวันตก
- ขนาดของอวกาศตามทฤษฎีบิ๊กแบงมีขนาดประมาณ 2x1022 โยชน์
ความสูงขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมากกว่าถึง 3×10103 เท่า (ฮา)
- ความลับสุดยอดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประเทศนี้ ... อาจเป็นคำใบ้ถึงตัวเกมภาค 14 ก็เป็นได้
- นี่คืออุปกรณ์ที่ทำจากหินตั้งแต่เมื่อ 700,000 ปีก่อน ... เรื่องที่ถูกกุขึ้นในเดือน 11 ปี 2000
- Enigma = ลึกลับ ปริศนา น่าสงสัย ลี้ลับ
- เมอรี่มีระดับทัดเทียมกับโยวไคเหล่านั้น ... แค่คาดการณ์หรือว่าท่าน ZUN จะเอาจริงหนอ ข้อมูลชิ้นนี้ ...
- นั่นคือเหตุผลที่เทพเจ้าหายไปจากประเทศนี้ ... จัดว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในตอนต้นของภาค 10
และบางทีอาจเป็นคำใบ้ถึงตัวเกมภาค 14 ก็เป็นได้
- ตามตำนานกล่าวว่า แต่เดิมแผ่นดินญี่ปุ่นเป็นเพียงโคลนเลน
อิซานากิและอิซานามิจึงใช้ทวนกวนแผ่นดินจนแยกน้ำออกจากดิน กลายเป็นแผ่นดินและทะเล
- ความสามารถของเมอรี่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมแค่มองเห็นรอยแยกของเขตแดน กลายเป็นมองถึงข้างใน และพาร่างเนื้อของตัวเองเข้าไปได้
เอาของจากที่นั่นกลับมาได้ และพาคนอื่นเข้าไปได้ (เฉพาะร่างจิต ?) แถมยังทำให้มองเห็นโลกต่างมิติได้โดยง่ายเพียงใช้มือสัมผัส สุดยอด !
- สุสานของเทพเจ้าเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งในฐานะความจริงทางประวัติศาสตร์ ... อาจเป็นคำใบ้ถึงตัวเกมภาค 14 ก็เป็นได้
- ผู้ยอมรับในสิ่งลี้ลับเท่านั้นที่มองเห็น ... ซึ่งมีค่าเท่ากับการปรับจิตสำนึกให้เข้ากับเกนโซวเคียว บางทีอาจได้เห็นสองคนนี้ในเกนโซวเคียวเร็วๆนี้ล่ะ
ปัจฉิมลิขิต
สวัสดีครับ ZUN เองครับ คราวนี้หายหน้าไปไม่นานเลยเนอะ
ผมเกิดที่ชินชู ก็เลยเคยไปที่วัดเซนโควจิแห่งจังหวัดนากาโนะอยู่หลายครั้ง
การเดินเวียนเทียนที่นั่นจะต้องเดินโดยใช้มือคลำทางเดินที่มืดสนิท
「ถึงจะบอกว่ามืดสนิท แต่นักท่องเที่ยวมีเยอะมากจนต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เลยติดแสงไฟไว้ที่ทางออกฉุกเฉินสินะ ?」
ไม่เลยครับ ไม่เลย มันมืดสนิทจริงๆครับ ถ้าเกิดคดีอะไรในนั้นขึ้นมาก็เท่ากับว่าจำนวนพยานเป็น 0 เลยครับ
และหากสามารถควานหาแม่กุญแจสู่สวรรค์ได้ภายในทางเดินที่มืดสนิทนั่น ก็จะถือว่า Mission Clear ครับ
ถึงจะเป็นการเดินเวียนเทียนแบบนั้น แต่ก็มีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เคยเอาไฟฉายเข้าไปครับ
จำได้ว่าเป็นปีที่มีงานเทศกาลซึ่งจะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 7 ปี ทำให้คนเยอะมากเกินไปเลยกังวลเรื่องความปลอดภัยขึ้นมา
ถึงมันจะทำลายความฝันของเด็กๆก็เถอะ
แต่พอมาถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก
จนถึงตอนนี้ก็ยังจำรูปร่างของแม่กุญแจสู่สวรรค์ที่ไม่อาจมองเห็นนั่นได้เป็นอย่างดีครับ
อ๊ะ ไม่เกี่ยวกับ CD เพลงหรอกครับ
เป็นเรื่องของสองสาวชมรมผนึกลับที่กำลังทำกิจกรรมชมรมตามปกติน่ะครับ
เซี่ยงไฮ้อลิสเกนกาคุดัน ZUN (อยากกินโทกาคุชิโซบะ)
Tips :
- หินรูปร่างคล้ายกุญแจที่เมอรี่ค้นพบ อาจเป็นลูกกุญแจของแม่กุญแจที่ท่าน ZUN กล่าวถึงก็เป็นได้
.........................................................................................................................................................................................
PS. ท่านสามารถหาซื้อหรือสั่งซื้อแผ่นเพลงนี้ได้ทั่วไปตามร้านโดจินชอปในญี่ปุ่น
หรือดาวน์โหลดได้ที่ ลิงค์นี้
PS. ตัวอักษรสีเขียวที่มักอยู่ในวงเล็บนั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้แปล (เซเบอร์คุง) เอง จึงเรียนไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน
PS. ข้อความทั้งหลายทั้งมวลที่อยู่ภายใต้หัวข้อ Tips นั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้แปล (เซเบอร์คุง) เอง จึงเรียนไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน
.........................................................................................................................................................................................