SA - AllCharacter


東方地霊殿 ~ Subterranean Animism.
โทวโฮวฉิเรย์เดน (วังวิญญาณพิภพแห่งตะวันออก) ~ ความเชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ใต้พื้นพิภพ


.........................................................................................................................................................................................


แนะนำตัวละครทั้งหมด

--------------------------------------------------------------------
◇ ฝ่ายผู้เล่น
--------------------------------------------------------------------



 ○ มิโกะแห่งสรวงสวรรค์
   ฮาคุเรย์ เรย์มุ
   Hakurei Reimu

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
ความสามารถ : บินไปบนท้องฟ้า

มิโกะแห่งศาลเจ้าฮาคุเรย์ที่คุ้นเคยกันดี

เป็นคนที่มองผู้อื่นเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์
เพียงแต่งานของเธอคือการกำราบโยวไค ดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นเข้มงวดกับพวกโยวไค
แต่ในความเป็นจริงนั้น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือโยวไค เธอก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไรนัก

ชอบที่สูงๆมากกว่าใต้ดิน



 ○ จอมเวทธรรมดาสามัญ
   คิริซาเมะ มาริสะ
   Kirisame Marisa

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
ความสามารถ : ใช้เวทมนตร์

จอมเวทธรรมดาสามัญที่อาศัยอยู่ในเกนโซวเคียวและมีนิสัยรักการสะสม

แม้จะเห็นว่าเป็นคนไม่ซื่อ แต่ที่จริงแล้วตรงไปตรงมายิ่งกว่าใคร
เธอมักจะสวมชุดสีดำอยู่เสมอ โดยอ้างว่าเวลาชุดเปื้อนแล้วไม่สะดุดตา และมีความคิดที่ว่า จอมเวทมันต้องสีดำ
ช่างซื่อตรงจริงๆ

เธอค่อนข้างชอบที่แคบๆมืดๆซะด้วย



 ○ โยวไคแห่งเขตแดน
   ยาคุโมะ ยูคาริ
   Yakumo Yukari

เผ่าพันธุ์ : โยวไค
ความสามารถ : ควบคุมอาณาเขต

โยวไคที่ชอบเทียวไปเทียวมาไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยปกติแล้วไม่อาจทราบได้เลยว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน
คราวนี้เธอสร้างลูกแก้วหยินหยางที่สามารถใช้ติดต่อพูดคุยได้ขึ้นมา

ใต้พิภพนั้นมีการสร้างสังคมที่ต่างจากเหล่าโยวไคบนพิภพขึ้น เธอจึงไม่อยากเข้าไปแทรกแซงมากนัก
แต่การปรากฏตัวอย่างกระทันหันของเหล่าวิญญาณอาฆาตนั้นทำให้เธอเกิดลังเลขึ้นมา
ถ้าเกิดเหตุวิปลาสร้ายแรงอะไรขึ้นมาล่ะก็คงไม่ดีแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงมาไหว้วานให้เรย์มุซึ่งก่อผลกระทบน้อยไปตรวจสอบดู



 ○ ร้อยอสูรท่องราตรีตัวน้อย
   อิบุคิ ซุยกะ
   Ibuki Suika

เผ่าพันธุ์ : ยักษ์
ความสามารถ : ควบคุมความหนาแน่น

หนึ่งในยักษ์ที่เคยอาศัยอยู่ใต้พิภพ
ระยะนี้ออกมาเพ่นพ่านบนพื้นพิภพก็จริง แต่ปกติแล้วเธออาศัยอยู่ที่ใดกันแน่นั้นไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัด

เธอได้ยินข่าวลือว่า ดูเหมือนใต้พิภพกำลังก่อให้เกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น, เธอจึงลองเข้าร่วมแผนการของยูคาริดู
เธอก็คิดอยู่ว่า ถ้าไปตรวจสอบด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า
แต่ก็รู้สึกถูกใจแผนการที่ฟังดูน่าสนใจและไม่น่าเบื่อของยูคาริ ซึ่งสามารถดำเนินการตามแผนไปและดื่มเหล้าไปพร้อมๆกันได้



 ○ ผู้สื่อข่าวมายาแห่งจารีต
   ชาเมย์มารุ อายะ
   Shameimaru Aya

เผ่าพันธุ์ : เทนกุ
ความสามารถ : ควบคุมลม

เทนกุนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่อาศัยอยู่บนภูเขา

เทพเจ้าแห่งขุนผากับกัปปะกำลังก่อเรื่องวุ่นวายอะไรบางอย่างอยู่
เธอจึงลอบเข้าไปหาข้อมูลและพบว่ามีเงื่อนงำเกี่ยวข้องกับโลกใต้พิภพ

หากทำข่าวโดยใช้ข้อมูลนี้ล่ะก็ จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ตีพิมพ์เป็นจำนวนมาก
เธอจึงมาใช้ประโยชน์จากเรย์มุ
เพราะสำหรับเทนกุนั้น ไม่ว่าใครก็อยากเลี่ยงการลงสู่ใต้พิภพทั้งนั้น

Tips :
- ภาคนี้เขียนนามสกุลของอายะแบบโรมะจิต่างไปจากภาคก่อนๆ คือ ใช้ Sha แทน Sya



 ○ ผู้เชิดตุ๊กตาเจ็ดสี
   อลิส มาร์กาทรอยด์
   Alice Margatroid

เผ่าพันธุ์ : จอมเวท
ความสามารถ : ควบคุมตุ๊กตา

นักเชิดตุ๊กตาที่อาศัยอยู่ในป่า

แม้จะรู้สึกถึงบรรยากาศแห่งความวุ่นวายจากน้ำพุร้อน แต่โยวไคก็ควรเลี่ยงการเดินทางไปยังใต้พิภพ
เธอจึงกลุ้มใจเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
พลันนั้นเอง เธอได้เห็นมาริสะที่กำลังสนใจน้ำพุร้อนอย่างมาก เธอจึงหว่านล้อมมาริสะให้ลงไปตรวจสอบที่ใต้พิภพ
เธอบอกมาริสะว่า ออนเซนเป็นเกมที่สามารถสนุกสนานไปกับมันได้ มาริสะจึงมุ่งหน้าไปยังต้นกำเนิดของน้ำพุร้อน
โดยมอบตุ๊กตาที่สามารถควบคุมจากระยะไกลที่ได้รับมาจากยูคาริ ให้มาริสะนำติดตัวไปด้วย



 ○ หอสมุดใหญ่ไม่เคลื่อนที่
   แพชูลี่ โนว์เลดจ์
   Patchouli Knowledge

เผ่าพันธุ์ : จอมเวท
ความสามารถ : ใช้เวทมนตร์

จอมเวทที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์มารแดง

เธอรู้สึกตัวได้ว่าเหล่าวิญญาณพิภพจำนวนมหาศาลได้ผุดขึ้นมาจากน้ำพุร้อน
พอลองตรวจสอบดูดีๆก็พบว่า เหล่าวิญญาณพิภพนั้นมีลักษณะภายนอกเหมือนกับยูวเรย์(ผี)ทุกประการ
หากแต่แท้จริงแล้วมันเป็นวิญญาณอาฆาตซึ่งต่างจากวิญญาณอยู่นิดหน่อย
วิญญาณอาฆาตต่างจากยูวเรย์ตรงที่ มันเป็นวิญญาณที่ยังคงมีความแค้นต่อเรื่องราวทางโลก
เป็นพวกที่ก่อให้เกิดความโทษภัยแก่เหล่ามนุษย์ โยวเซย์ และโยวไค

เธอเองก็อยากจะหาหนังสือที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณอาฆาตไว้อย่างละเอียดให้พบเสียก่อน
แต่หากไม่ส่งใครสักคนไปตรวจสอบน้ำพุร้อนเสียก่อนก็อาจเกิดอันตรายได้
พาเช่ผู้เดือดร้อนจึงไปปรึกษากับยูคาริ
ยูคาริเองก็มีท่าทีตื่นตระหนกต่อสถานการณ์นี้ไม่แพ้กัน เธอจึงคิดแผนส่งเหล่ามนุษย์ลงไปใต้พิภพออกมา



 ○ สุดยอดหัวรบโยวไค
   คาวาชิโระ นิโทริ
   Kawasiro Nitori

เผ่าพันธุ์ : กัปปะ
ความสามารถ : ควบคุมน้ำ

กัปปะที่อาศัยอยู่บนภูเขา
เหล่ากัปปะได้รับข่าวที่น่าตื่นตระหนก จึงรีบมาแจ้งแก่เทพเจ้าแห่งขุนผา
ใจความว่า เตาปฏิกรณ์ปรมาณูหลอมรวม (นิวเคลียร์ฟิวชั่น) อุณหภูมิสูงสุดที่อยู่ใต้พิภพนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงอยากได้พลังงานขั้นสุดท้ายนั้นมาทดลองอะไรหลายๆอย่างโดยเร็วที่สุด

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ด้วยฐานะของกัปปะย่อมไม่อยากเข้าไปยังใต้พิภพซึ่งเป็นที่อาศัยของยักษ์
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะทำการตรวจสอบใต้พิภพ และในเวลานั้นเอง ก็ได้ยินข่าวลือมาว่าเรย์มุจะลงไปยังใต้พิภพตามคำขอของโยวไค

หากเป็นเช่นนี้ก็อาจถูกชิงตัดหน้า นิโทริจึงไปพูดคุยกับมาริสะที่ดูท่าทางกำลังว่างๆ และชักจูงให้ลงไปที่ใต้พิภพ






--------------------------------------------------------------------
◇ ฝ่ายศัตรู
--------------------------------------------------------------------



 ○ บอสกลางด่าน 1 ภูตบ่อน้ำที่น่าสะพรึงกลัว
   คิสึเมะ
   Kisume

เผ่าพันธุ์ : ผีถังตก
ความสามารถ : ปล่อยไฟอสูรลงมา

โยวไคที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งจะตกลงมากระแทกหัวจากข้างบน เมื่อมีคนเดินผ่านมาตามถนนในยามค่ำคืนที่มืดสลัว
เป็นโยวไคขี้อาย ปกติจะอยู่ในถ้ำหรือบ่อน้ำ ชื่นชอบที่แคบๆ จึงมักจะเข้าไปอยู่ในถังเป็นประจำ

Tips :
- ผีถังตก (ทสึรุเบะโอโตชิ) ว่ากันว่าเป็นโยวไคที่อาศัยอยู่บนต้นสนหรือต้นจันทน์ เมื่อมีคนเดินผ่านมาก็จะทิ้งหัวหรือถังลงมาจับคนขึ้นไปกิน
- คิสึเมะ พ้องเสียงกับคำว่า
蔵+女 (คิสึมุ+เมะ) แปลว่า หญิงสาวซ่อนตัว (ในถัง และบนต้นไม้)
木棲女 (คิ สึ เมะ) แปลว่า หญิงสาวที่อาศัยบนต้นไม้
期す女 (คิสึ เมะ) แปลว่า หญิงสาวผู้เฝ้ารอเวลา (เวลาที่จะตกลงมาใส่หัวคน)
木皇 (คิสึ เมะ) หมายถึง ภูตต้นไม้ จำพวก Dryad ตามความเชื่อของกรีก
ซึ่งแท้จริงแล้ว ชื่อของเธอมีความหมายว่าอย่างไรนั้น คงมีแต่ท่าน ZUN ที่รู้



 ○ บอสด่าน 1 ใยสว่างไสวในถ้ำที่มืดสลัว
   คุโระดานิ ยามาเมะ
   Kurodani Yamame

เผ่าพันธุ์ : แมงมุมดิน
ความสามารถ : ควบคุมโรคภัย (โดยเฉพาะโรคติดต่อ)

โยวไคที่ใช้ชีวิตอยู่ในส่วนลึกของถ้ำหรือเมืองหลวงเก่า
เป็นโยวไคที่ร่าเริงแจ่มใส รักการต่อสู้ ไม่มีความคิดที่จะปฏิเสธการต่อสู้กับมนุษย์เลยแม้แต่น้อย

ทว่า เธอถูกรังเกียจจากทุกคนที่พบเจอ ด้วยเพราะความสามารถอันนั้นของเธอ
แต่เธอก็ไม่เคยทำให้อีกฝ่ายติดโรคโดยที่ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน
หากได้ลองพูดคุยกับเธอบ่อยๆก็จะพบว่า เธอเป็นโยวไคที่สนุกสนานร่าเริงทีเดียว จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าโยวไคใต้พิภพ

Tips :
- แมงมุมดิน (ทสึฉิกุโมะ) หรือชื่ออื่นคือ ยัทสึคะฮากิ (แปดขาตะครุบ) โอโอกุโมะ (แมงมุมยักษ์)
ว่ากันว่าเป็นโยวไคขนาดใหญ่ที่มีหน้าเป็นยักษ์ ตัวเป็นเสือ และมีแปดขาเหมือนแมงมุม (บ้างก็เสริมว่า ขาทั้งแปดนั้นมีลายเสือด้วย)
มักอาศัยอยู่บนภูเขา คอยใช้ใยจับตัวนักเดินทางไปกิน
ว่ากันว่าเป็นโยวไคที่เกิดจากวิญญาณอาฆาตของเหล่าประชาชนในภูเขายามะโทคะทสึรากิแห่งแคว้นนาระที่ถูกจักรพรรดิจินมุถล่มจนราบคาบ
จึงกลายเป็นแมงมุมยักษ์อาศัยอยู่ในภูเขานั้น และปรากฏตัวออกมาในช่วงยุคเฮย์อัน (794-1185)
นิทานแมงมุมดิน ที่ถูกเขียนขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 กล่าวว่า แมงมุมดินนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นมาก่อความวุ่นวายในเมืองหลวง
และถูกมินาโมโตะ โนะ โยริมิทสึ (ไรโคว) กับ วาตานาเบะ โนะ ทสึนะ กำราบไปในที่สุด
ต่อมาได้มีน้ำผุดขึ้นมาจากรังของแมงมุมดิน ผู้คนจึงเรียกขานว่า "บ่อแมงมุม" ซึ่งใครก็ตามที่ดื่มน้ำบ่อนี้เข้าไปจะถูกแมงมุมดินสาปจนตาย
และบริเวณใกล้เคียงก็ถูกเรียกขานว่า "เนินคุโมะคิริ" (เชือดแมงมุม)
- แม้ในเนื้อเรื่องของภาคนี้จะไม่มีบทบาทสำคัญใดๆ แต่ในเนื้อหาเบื้องหลังของโยวไคชนิดนี้ กลับเกี่ยวข้องกับทั้งวิญญาณอาฆาต และน้ำผุด
- คุโมะ แปลว่า แมงมุม คิริ สามารถแปลได้หลายแบบ เช่น -เท่านั้น , จบสิ้น , ลิ่ม , หมอก -เชือด จึงไม่อาจสรุปได้ว่าแปลอย่างไร
- นอกจากนี้ยังพ้องเสียงกับคำว่า คุโมะคิริ ที่แปลว่า เมฆหมอก
- คุโระดานิ เป็นชื่อเรียกสถานที่ที่มินาโมโตะ โนะ โยริมิทสึ ใช้ดาบแทงแมงมุมดินจนมันขยับไม่ได้และถูกสังหารในที่สุด
- ยามาเมะ พ้องเสียงกับคำว่า
寡 (ยามาเมะ , ยาโมเมะ) ที่แปลว่า แม่หม้าย
ซึ่งนัยถึงแมงมุมแม่หม้ายดำ ที่มีขนาดเล็กเพียงไม่ถึง 1cm แต่มีพิษร้ายแรงมาก กัดคนตายภายใน 1 ชั่วโมง
山女 (ยามาเมะ , ยามะออนนะ) ที่แปลว่า ปิศาจในร่างหญิงสาวที่อาศัยอยู่บนภูเขา (และ ยามาเมะ ก็เป็นชื่อปลาแซลมอนสายพันธุ์หนึ่ง)
病+女 (ยามาอิ+เมะ) แปลว่า หญิงสาวแห่งโรคภัย



 ○ บอสด่าน 2 จิตริษยาใต้เปลือกโลก
   มิซึฮาชิ พาร์ซี่
   Mizuhashi Parsee

เผ่าพันธุ์ : เจ้าหญิงสะพาน
ความสามารถ : ควบคุมจิตอิจฉาริษยา

โดยคร่าวๆก็คือ เทพพิทักษ์ผู้ดูแลหลุมที่เชื่อมต่อระหว่างใต้พิภพกับเหนือพิภพ
คอยดูแลให้การเดินทางจากเหนือพิภพมายังใต้พิภพเป็นไปอย่างราบรื่น
และในทางตรงข้าม การเดินทางจากใต้พิภพไปยังเหนือพิภพก็เช่นกัน

หากแต่ความริษยาอันลึกซึ้งเกินธรรมดาของเธอนั้น ทำให้รู้สึกไม่ชอบใจผู้ที่เดินทางอย่างสนุกสนาน
เวลาเห็นคนจำพวกนั้น เป็นต้องเผลอเข้าไปก่อกวนทุกที

ความอิจฉาจักก่อให้เกิดความอิจฉาที่รุนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อเธอคลุ้มคลั่งด้วยความริษยา เธอก็จะสามารถปลุกเร้าจิตริษยาของผู้อื่นได้ในเวลาเดียวกัน

Tips :
- เจ้าหญิงสะพาน (ฮาชิฮิเมะ) นางฟ้า(หรือภูต)ผู้พิทักษ์สะพาน คอยปกป้องสะพานจากผู้บุกรุก และมีนิสัยขี้อิจฉาอย่างมาก
ที่มีชื่อเสียงคือ เจ้าหญิงสะพานที่ถูกบวงสรวงในฐานะนางฟ้าผู้พิทักษ์สะพานอุจิ จึงมักถูกเรียกอีกชื่อว่า เจ้าหญิงสะพานแห่งอุจิ
เล่ากันว่าในช่วงปี 786-842 นั้น มีหญิงสาวนางหนึ่งถูกสามีหักหลังจนเจ็บแค้น จึงชโลมร่างจนเปียกโชกในแม่น้ำอุจิ
และขอพรให้ตนเองได้กลายเป็นยักษ์ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และพรนั้นก็ได้สัมฤทธิ์ผลจนเธอกลายเป็นยักษ์ไป
บ้างก็ว่าเธอขอพรให้ตนเองกลายเป็นยักษ์โดยทำพิธีสาปแช่ง "อุชิโนะโคะคุไมริ" ด้วยความอาฆาตแค้น
- อุชิโนะโคะคุไมริ (ยามฉลูมาเยือน) เป็นพิธีสาปแช่งอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น
โดยในเวลาตีสองของทุกคืน จะต้องนำเอาตุ๊กตาฟางมาตอกด้วยตะปูห้าหุนเข้ากับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า
ซึ่งตุ๊กตาฟางนั้นก็คือ ตัวแทนของคนที่เราต้องการสาปแช่งนั่นเอง
ว่ากันว่าหากทำพิธีนี้โดยที่ไม่มีใครเห็นได้ติดต่อกันครบเจ็ดวัน คำขอที่ตั้งมั่นไว้จะบรรลุผลสำเร็จ
- บ้างก็ว่าเธอไม่ได้ใช้ตุ๊กตาฟางและตะปูห้าหุน แต่ใช้ตุ๊กตาขอพรแห่งสำนักองเมียวแทน
- ต่อมา ในการแสดงละคร โนว ซึ่งนักแสดงจะต้องสวมหน้ากากนั้น ก็ได้มีการนำเอาเรื่องของเจ้าหญิงสะพาน มาสร้างเป็นหน้ากากยักษ์สาว
โดยให้แสดงถึงภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่กลายเป็นวิญญาณอาฆาตซึ่งร้อนรุ่มด้วยไฟแค้น
- มิซึฮาชิ (สะพานน้ำ) หมายถึง สะพานข้ามแม่น้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ของเธอเอง
- Parsee แปลได้ว่า ชาวเปอร์เซีย ผู้นับถือศาสนาบูชาไฟแห่งโซโรแอสเตอร์ บางครั้งเขียนว่า Parsi
คำว่า ฮาชิ (สะพาน) สามารถเล่นลิ้นพลิกเสียงให้อ่านว่า พาซิ (Parsi) ได้
- คำว่า อิจฉา มีความหมายตรงกับคำว่า Gelosia ของภาษาอิตาลีซึ่งแปลได้สองอย่างว่า อิจฉา และ หน้ามืดตามัว
ในขณะเดียวกันก็มีศัพท์อิตาลีอีกคำหนึ่งที่แปลว่า หน้ามืดตามัว นั่นคือ Pesiana และคำคำนี้ก็แปลว่า ชาวเปอร์เซีย ได้ด้วยเช่นกัน
แต่ทั้งนี้ทังนั้น นี่อาจเป็นการเล่นคำซับซ้อนของท่าน ZUN หรืออาจเป็นแค่ความคิดมากเกินกว่าเหตุของแฟนๆก็ได้



 ○ บอสด่าน 3 สิ่งเหนือธรรมชาติที่ถูกกล่าวขาน
   โฮชิกุมะ ยูกิ
   Hoshiguma Yugi

เผ่าพันธุ์ : ยักษ์
ความสามารถ : ครอบครองสิ่งเหนือธรรมชาติ

หนึ่งในยักษ์ที่ถูกเรียกขานว่า จตุรเทพแห่งขุนผา เช่นเดียวกับซุยกะ
ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองหลวงเก่า
เมืองหลวงเก่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของนรกมาก่อน แต่เป็นที่ดินที่ถูกตัดทิ้งออกมาและทำให้เล็กลง

ที่นี่มีโยวไคมากมายหลายชนิดอาศัยอยู่ แต่โยวไคที่โดดเด่นยิ่งกว่าใครในหมู่โยวไคนั้นก็คือ ยักษ์
มนุษย์บนพื้นพิภพทวีความเกลียดชังที่มีต่อยักษ์ เหล่ายักษ์จึงตัดสินใจจากมาด้วยตัวเอง แล้วมาสร้างสังคมใหม่ในที่ดินส่วนเกินของนรก

เหล่ายักษ์รับอาสาทำหน้าที่ชักนำเหล่าโยวไคที่ถูกรังเกียจจากพื้นพิภพมายังที่ดินแห่งนี้
เหล่าโยวไคบนพื้นพิภพที่รู้สึกได้ถึงอันตรายของเรื่องนั้น ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับการยอมรับเมืองใต้พิภพแห่งใหม่นี้

นั่นคือการผนึกวิญญาณอาฆาตแห่งขุมนรก
แต่พวกยักษ์ได้ให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้โยวไคหน้าไหนเข้ามายังเมืองใต้พิภพ แทนที่จะต้องทำการผนึกวิญญาณเหล่านั้น

เหล่ายักษ์จึงตัดขาดการติดต่อแลกเปลี่ยนกับเหนือพิภพ และดำเนินชีวิตกันอย่างลับๆในสังคมใหม่อย่างสมบูรณ์


ทุกๆวัน ยูกิใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน กินเหล้าไปพลางโหวกเหวกเสียงดังไปพลาง สมกับที่เป็นยักษ์
พอเธอได้ยินว่ามีมนุษย์ที่แข็งแกร่งเข้ามาเยือน เธอก็รีบรุดหน้ามาหาทันทีทั้งๆที่ยังเมาอยู่เลย... ...

Tips :
- ต้นแบบของยูกิ มาจากโฮชิกุมะโดวจิ ซึ่งเป็นหนึ่งในจตุรเทพของชุเทนโดวจิ (ต้นแบบของซุยกะ) ตามตำนานเล่าว่าเป็นยักษ์เขาเดียว
- สิ่งเหนือธรรมชาติ มาจากคำสอนของขงจื๊อที่ว่า "ไม่กล่าวถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ" ได้แก่ เรื่องลี้ลับ พลังแฝง แย้งเหตุผล และเทพยักษ์
แต่ฉายาของยูกินั้นตรงข้ามกับคำสอนนี้อย่างสิ้นเชิง
โดยเรื่องลี้ลับ คือตัวตนของยักษ์ที่น่าจะไม่มีอยู่จริงหรือสาบสูญไปแล้ว พลังแฝง คือพละกำลังของเธอ
แย้งเหตุผล อาจหมายถึงการดื่มเหล้า และเทพยักษ์ คือคำเรียกที่พวกเทนกุและกัปปะใช้เรียกยักษ์แบบพวกเธอในบางครั้ง
- ขึ้นชื่อว่า จตุรเทพ แสดงว่ามีอยู่ 4 ซึ่งในภาคนี้โผล่มาแล้ว 2 คือ ซุยกะ และ ยูกิ
- ความจริงนั้นภาษาอังกฤษควรเขียนว่า Yuugi หรือ Yūgi แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการพิมพ์และการแสดงผลในเกม ทำให้ท่าน ZUN ใช้แค่ u ธรรมดา
เช่นเดียวกับชื่อ Yuka และ Gensokyo (ซึ่งที่จริงต้องเป็น ō)
- โฮชิ (ดาว) กุมะ(คุมะ) (หมี) ยูว (ความกล้า) กิ (กฎ , พิธี)



 ○ บอสด่าน 4 สาวน้อยที่แม้แต่วิญญาณอาฆาตยังหวาดกลัว
   โคเมย์จิ ซาโทริ
   Komeiji Satori

เผ่าพันธุ์ : ซาโทริ
ความสามารถ : อ่านใจ

จ้าวแห่งวังวิญญาณพิภพ

นครใต้พิภพถูกตัดแยกเป็นอิสระออกจากนรกก็จริง แต่ก็ยังมีสถานที่ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างของนรกหลงเหลืออยู่
ในสถานที่เหล่านั้นยังคงมีวิญญาณที่ยังไม่หลุดพ้นมากมายหลงเหลืออยู่ จึงจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมดูแลเรื่องเหล่านี้

เธออาศัยอยู่ในวังวิญญาณพิภพ ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนซากนรกมอดไหม้
ไม่ว่าโยวไคหน้าไหน หรือแม้แต่วิญญาณอาฆาตก็ยังหวาดกลัวเธอ เนื่องจากเธอสามารถอ่านใจได้
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แทบจะไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยือนวังวิญญาณพิภพเลย

แต่ในทางตรงข้าม เธอกลับเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสัตว์ที่ไม่รู้ภาษา
วังวิญญาณพิภพจึงเริ่มคับคั่งไปด้วยเหล่าสัตว์เลี้ยงอย่างพวก แมวเพลิง และอีกานรก

ความมากมายของจำนวนสัตว์เลี้ยงนั้น ทำให้เธอไม่สามารถควบคุมดูแลซากนรกมอดไหม้อย่างจริงจังได้
เธอจึงมอบหมายงานต่างๆให้สัตว์เลี้ยงช่วยควบคุมดูแล

สัตว์เลี้ยงที่คอยควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงตัวอื่น
สัตว์เลี้ยงที่คอยดูแลสวน
สัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนเล่นให้น้องสาว

ทว่า มนุษย์จากเหนือพิภพที่ไม่น่าจะมาเยือนที่แห่งนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเธอได้ฟังเรื่องราวของเหตุวิปลาสที่เกี่ยวกับน้ำพุร้อนและวิญญาณอาฆาต เธอก็ตกใจอย่างมาก

งานควบคุมดูแลวิญญาณอาฆาตนั้นมอบหมายให้โอริน ส่วนงานควบคุมปรับแต่งพลังงานความร้อนจากนรกมอดไหม้นั้นมอบหมายให้อุทสึโฮะ
พวกเธอล้วนซื่อสัตย์ต่อซาโทริจึงไม่น่าจะทำเรื่องอะไรที่ไม่ดี เธอจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเรื่องอย่างเหตุวิปลาสขึ้นได้

ไม่แน่ว่ามนุษย์ที่อยู่ตรงหน้านี้อาจจะพูดโกหกหรือวางแผนร้ายอะไรอยู่ก็เป็นได้ เธอจึงลองอ่านใจดู แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้ง

ภายในจิตใจของพวกมนุษย์นั้น แทบจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณอาฆาตและน้ำพุร้อนอยู่เลย
ซาโทริรู้สึกสงสัย จึงทำการทดสอบมนุษย์เหล่านั้น

Tips :
- ซาโทริ (覚) เป็นโยวไคที่มองจิตใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง มักอาศัยอยู่ในภูเขาลึก
บ้างก็ว่าเป็นโยวไคที่ไม่มีรูปร่างที่แท้จริง บ้างก็ว่ารูปร่างคล้ายมนุษย์ บ้างก็ว่ามีรูปร่างเป็นลิงยักษ์เดินสองขา
มักพบในขณะที่กำลังเดินทางหรือค้างแรมในภูเขา โดยมันจะอ่านความคิดของเราแล้วพูดออกมาก่อนที่เราจะพูด
แต่ถ้าเราไม่คิดอะไรเลย มันก็จะเบื่อแล้วหายตัวไปเอง บ้างก็ว่ามันกลัวคนที่ไม่คิดอะไรในหัวเลย จึงหนีไป
หรือบางครั้งมันจะพยายามอ่านใจคนที่ไม่คิดอะไรจนทรมานตายไปเองก็มี
บ้างก็ว่า ซาโทรินั้นก็คือ มนุษย์ที่ตรัสรู้แจ้งแล้ว เนื่องจากซาโทรินั้นพ้องเสียงกับคำว่า 悟 ที่แปลว่า รู้แจ้ง ตรัสรู้
แต่เนื่องจากหลงผิดในความล้ำเลิศที่ตนบรรลุได้สำเร็จ จนกลายเป็นโยวไค แล้วคอยอ่านใจและกลั่นแกล้งผู้อื่น
ครั้นเมื่อเจอผู้ที่ไม่คิดอะไรในหัวเลย (ซึ่งก็คือ ผู้แตกฉานทางธรรม หรือผู้ตรัสรู้ชอบ) จึงเกิดความละอายในอดีตของตนแล้วหนีไป
หรือเกิดความรู้สึกไม่ยอมแพ้ขึ้น เลยพยายามอ่านใจจนตายเสียเองในที่สุด
- โค (โบราณ) เมย์ (ร่าเริง , สดใส , รุ่งเรือง) จิ (ที่ดิน , ดินแดน) = ดินแดนโบราณที่รุ่งเรือง ?



 ○ บอสด่าน 5 อุบัติเหตุทางบกแห่งขุมนรก
   คาเอนเบียว ริน (ชื่อเล่น : โอริน)
   Kaenbyou Rin

เผ่าพันธุ์ : คาชา
ความสามารถ : แอบชิงศพ

ชื่อจริงคือ คาเอนเบียว ริน
แต่ตัวเธอนั้นเกลียดชื่อยาวๆ เธอจึงให้คนอื่นๆเรียกตัวเธอว่า โอริน

สัตว์เลี้ยงของซาโทริ ซึ่งเป็นแมวที่อาศัยอยู่ในไฟ
เป็นคนพูดคุยเก่ง สามารถสนทนากับศพหรือวิญญาณได้ตามใจชอบ จึงได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลวิญญาณอาฆาตที่ซากนรกมอดไหม้

เธอมีเพื่อนเก่าแก่อยู่คนหนึ่งคือ เรย์อุจิ อุทสึโฮะ
พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ตอนที่ซาโทริเริ่มเลี้ยงดูพวกเธอ กล่าวคือช่วงหลังจากที่ใต้พิภพมิได้เป็นส่วนหนึ่งของนรกแล้วนั่นเอง


อยู่มาวันหนึ่ง เธอรู้สึกได้ถึงเหตุวิปลาสที่ซากนรกมอดไหม้
พลังงานความร้อนมันรุนแรงยิ่งกว่าทุกทีที่ผ่านมา

การควบคุมดูแลพลังงานความร้อนนั้นอยู่ในความควบคุมของอุทสึโฮะ
โอรินรีบรุดไปยังที่อยู่ของอุทสึโฮะ แล้วก็ต้องประหลาดใจ
เพราะอุทสึโฮะได้รับพลังที่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว, ซึ่งน่าจะได้รับมาจากใครบางคน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุทสึโฮะก็เริ่มเหิมเกริม และโอ้อวดพลังของตน
ในที่สุด อุทสึโฮะก็เริ่มพูดถึงกระทั่งเรื่องที่จะปกครองเหนือพิภพโดยการทำให้เหนือพิภพกลายเป็นนรกมอดไหม้

เรื่องพรรค์นั้นไม่น่าจะสามารถทำได้ และท่านซาโทริก็ไม่น่าจะอนุญาต
ทั้งๆที่ถ้าหากมีผู้ใดในใต้พิภพล่วงรู้แผนการนี้เข้า อุทสึโฮะก็อาจจะถูกเก็บโดยเหล่ายักษ์ก็เป็นได้
โอรินไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนดี เธอจึงใช้วิชาต้องห้ามออกมา


นั่นคือการส่งวิญญาณอาฆาตขึ้นไปบนพื้นพิภพ
ด้วยหวังว่าถ้าเหล่าโยวไคบนพื้นพิภพรับรู้ถึงเหตุวิปลาส น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้
เธอเสาะหาความช่วยเหลือจากเหล่าโยวไคบนพื้นพิภพ แต่ผู้ที่มาปรากฏต่อหน้าเธอกลับเป็นมนุษย์จากเหนือพิภพซะนี่

มนุษย์พวกนั้นแข็งแกร่งเกินคาดยิ่งนัก เป็นมนุษย์ที่ได้ชื่อว่า ผู้เชี่ยวชาญการกำราบโยวไค ซึ่งเหมาะเจาะกับสิ่งที่เธอต้องการพอดี
ถ้าเธอประเมินฝีมือของมนุษย์พวกนั้นไม่พลาดล่ะก็ น่าจะสามารถสั่งสอนอุทสึโฮะผู้เหิมเกริมให้หลาบจำได้, เธอคิดเช่นนั้น


ถ้าไปปรึกษาท่านซาโทริแต่แรกก็คงดี, แต่ไม่ว่าอย่างไร โอรินก็คิดว่าปกปิดเรื่องเหตุวิปลาสของอุทสึโฮะไว้จะดีกว่า
ถ้าหากท่านซาโทริรู้เรื่องเหตุวิปลาสของอุทสึโฮะเข้าล่ะก็ คงเก็บอุทสึโฮะโดยไม่ปรานี, เธอคิดเช่นนั้น
แน่นอนว่ามันไม่น่าจะถึงขนาดนั้นหรอก แต่ทว่า ลูกๆกลัวพ่อแม่รู้ความลับฉันใด โอรินก็กลัวความแตกฉันนั้น
โอรินจึงต้องคอยโอบกอดความหวาดกลัวที่มีต่อซาโทริเอาไว้


Tips :
- คาชา (火車) (กงล้อเพลิง) โยวไคที่คอยช่วงชิงซากศพของผู้ที่ยังมีบาปกรรม
ถิ่นอาศัยไม่แน่ชัด เนื่องจากพบเจอกันทั่วประเทศ ยามเมื่อคนชั่วสิ้นใจ มันจะปรากฏตัวมาจากขุมนรกพร้อมกับเมฆดำและพายุฝนที่รุนแรง
แล้วแอบชิงเอาศพของผู้ตายนั้นไปจากงานศพหรือสุสาน
บ้างก็ว่ามีมือยื่นออกมาจากเมฆดำแล้วชิงเอาศพไปฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆอย่างอำมหิต จากนั้นก็ทิ้งไว้บนภูเขา
การปรากฏตัวของคาชานั้น บ่งบอกว่าผู้ตายเป็นคนชั่ว จึงเป็นที่หวาดกลัวและน่าอับอายในเวลาเดียวกัน
เชื่อกันว่าคาชามีร่างจริงเป็น โยวไคแมว ที่พัฒนาจากแมวธรรมดาที่อายุยืนจนกลายเป็นโยวไค
นอกจากนี้ยังว่ากันว่า มันสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ เพื่อหาทางเข้าใกล้เป้าหมายแล้วช่วงชิงเอาศพไปได้
- คำว่า รินคะ ในฉายาของเธอนั้น หมายถึง เคราะห์ร้ายที่เกิดจากยานพาหนะที่มีล้อ ซึ่งเผ่าพันธุ์ของเธอก็คือ กงล้อเพลิง
- รินคะ (輪禍) พ้องเสียงกับ รินคะ (燐火) (ตัวอักษรแรก เหมือนชื่อของโอริน) ที่แปลว่า ไฟผี (ไฟฟอสฟอรัส)
ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า เกิดจากฟอสฟอรัสในอากาศลุกไหม้ขึ้นมา
- คาเอนเบียว แปลว่า แมวเพลิง
- ริน แปลว่า ฟอสฟอรัส
- เก็บ เป็นศัพท์แสลงภาษาไทย หมายถึง สังหาร ฆ่า



 ○ บอสด่าน 6 ไฟของเทพผู้ทุกข์ทรมานจากความร้อน
   เรย์อุจิ อุทสึโฮะ (ชื่อเล่น : โอคูว)
   Reiuzi Utsuho

เผ่าพันธุ์ : อีกานรก with อีกายาตะ
ความสามารถ : ควบคุมปรมาณูหลอมรวม (นิวเคลียร์ฟิวชั่น)

อีกาที่มีรูปร่างซึ่งปลดปล่อยสีสันอันโดดเด่นแปลกตา

ขาซ้าย 『ขาแห่งการแยกตัว』
ขาขวา 『ขาแห่งการรวมตัว』
และมือขวาที่คอยควบคุมขาทั้งสอง 『ขาที่สาม』

เธอควบคุมพลังงานขั้นสุดยอดด้วยขาทั้งสามนี้

วังวิญญาณพิภพ ตั้งอยู่บนซากนรกเพลิงที่หลับใหลมาอย่างยาวนาน
โลกใต้พิภพในตอนนี้มิได้เป็นส่วนหนึ่งของนรกแล้ว จึงไม่มีคนชั่วตกนรกมายังที่แห่งนี้
ปัจจุบันผู้ที่อาศัยในที่แห่งนี้ เหลืออยู่แต่เพียงอีกานรก และกงล้อเพลิงขนศพ ที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่แรก
อื่นๆก็เช่น เหล่าโยวไคผู้ชื่นชอบของแปลกและอยากรู้อยากเห็น และวิญญาณอาฆาตที่เคลื่อนไหวไปตามความแค้นเท่านั้น
ซาโทริปล่อยให้เหล่าสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ซึ่งเธอคิดว่ามันเป็นที่ดินของตัวเองไปแล้ว

อุทสึโฮะก็เหมือนกับริน เธอเป็นสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งของซาโทริ

รินเฝ้าดูแลวิญญาณอาฆาต ส่วนอุทสึโฮะคอยเฝ้าดูแลไม่ให้ซากนรกเพลิงลุกลามออกไป
งานของเธอคือการปรับระดับพลังงานความร้อนให้เหมาะสม
หากไฟแรงขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะเปิดช่องหลังคาที่สวนกลาง
หากพลังงานความร้อนลดต่ำลง ก็จะเอาศพที่รินขนมา โยนเข้าไปเติมเชื้อไฟ
ทุกวันทุกวันก็จะทำเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาอยู่อยางนี้ เป็นชีวิตที่สุขสงบและน่าพอใจ


หากแต่ วันหนึ่ง กิจวัตรนั้นในดินแดนนี้ก็พังทลายลง

ใครบางคนจากเหนือพิภพ ได้เข้ามาจนถึงซากนรกเพลิงในอึดใจเดียวโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
จากนั้นก็กล่าวแก่อุทสึโฮะ
เสียงนั้นได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเธอ

『ซากนรกเพลิงนั้นได้เก็บซ่อนความลับในการก่อกำเนิดพลังงานขั้นสุดยอดที่มนุษยชาติจะสามารถครอบครองได้ในท้ายที่สุด
ฉะนี้เอง ตัวเจ้าผู้เป็นอีกาที่อาศัยอยู่ในเปลวเพลิง
เจ้าน่าจะสามารถเป็นที่สิงสถิตของพลังขั้นสุดยอดอันนั้นได้
เช่นนั้นแล้ว ไม่เพียงแต่ใต้พิภพเท่านั้น แม้แต่เหนือพิภพเจ้าก็จงนำมาซึ่งความหวังเถิด』

เธอถูกห้อมล้อมด้วยแสงสว่าง และรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนเข้ามาในร่างกายของเธอ
เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่า รูปร่างของเธอนั้นใหญ่โตขึ้น

อุทสึโฮะสนุกสนานกับการใช้พลังที่ได้รับมา พอรู้สึกตัวก็พบว่าซากนรกมอดไหม้ได้กลับมาร้อนระอุอีกครั้งแล้ว
ความร้อนนั้นได้ต้มน้ำในใต้พิภพ เมื่อแรงดันไอน้ำทะลุขีดจำกัด ก็ทำให้เกิดเป็นน้ำพุร้อนพุ่งออกมายังเหนือพิภพ

ผู้มาเยือนจากเหนือพิภพ
เป็นใครกันแน่นะ แล้วจุดประสงค์ล่ะ
ด้วยมันสมองอันน้อยนิดของอุทสึโฮะนั้น เพียงไม่นานก็อาเจียนคำถามเหล่านั้นออกไปจนสิ้น



―― อีกายาตะ (ยาตะการาสึ)
  พลังที่เข้ามาในร่างของเธอนั้นคือ เทพเจ้าที่ถูกเรียกขานว่า อีกายาตะ
  อีกาสามขา ที่ว่ากันว่าอาศัยอยู่ในพระอาทิตย์

  พลังขั้นสุดยอดที่อีกายาตะมีไว้ในครอบครองนั้น คือพลังในการสร้างสรรค์อะตอม ซึ่งก่อให้เกิดปรมาณูหลอมรวม (นิวเคลียร์ฟิวชั่น)
  พลังงานปรมาณูนั้น เป็นมายาสุดยอดที่จะถูกสืบทอดไปถึงอนาคต

Tips :
- ฉายาของเธอ มีที่มาจากเทพแห่งไฟ "คากุทสึจิ"
ตามบันทึกยุคเทพกล่าวว่า "ยามเมื่อเทพอัคคีคากุทสึจิถือกำเนิดนั้น เป็นต้องทุกข์ทรมานโศกาด้วยความร้อน"
- ในส่วนของคนอื่นเรียกว่า ซากนรกมอดไหม้ (灼熱地獄跡) แต่ในส่วนของอุทสึโฮะกลับเรียกว่า ซากนรกเพลิง (火焔地獄跡)
อาจเป็นเพราะตอนแรกยังคงเป็นเพียงซากนรกเพลิง แต่หลังจากอุทสึโฮะใช้พลังออกมามากมาย ทำให้กลายเป็นซากนรกมอดไหม้ ?
- เรย์ (วิญญาณ) อุ (นก) จิ (ถนน , เส้นทาง) = เส้นทางวิหควิญญาณ ?
- อุทสึโฮะ ใกล้เคียงกับคำว่า อุทสึโบะฟุเนะ (เรืออุทสึโบะ) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเรือส่งวิญญาณที่มีนกคอยนำทางตามตำนานญี่ปุ่นโบราณ
- อุทสึโฮะ พ้องรูปกับคำว่า คูว ที่แปลว่า ช่องว่าง สุญญากาศ และพ้องรูปกับคำว่า โซระ ที่แปลว่า ท้องฟ้า
- อีกายาตะ ว่ากันว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของมหาเทพอามาเทราสึ ซึ่งถูกส่งมาหาจักรพรรดิจินมุในช่วงที่ทำศึกพิชิตตะวันออก
ตามตำนานจีนเล่าว่า เป็นอีกาสีแดงที่มีสามขา ซึ่งอาศัยอยู่ในพระอาทิตย์ จึงกลายเป็นชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งของพระอาทิตย์
- ในเรื่องชิคิงามิโนะชิโระ อีกายาตะเป็นภูตรับใช้คู่กายของนางเอกของเรื่อง และมักถูกใช้ในฐานะท่าไม้ตายที่ทรงพลัง
- พลังงานนิวเคลียร์ที่มนุษย์ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น (Fission) ซึ่งเป็นการแตกตัวของอะตอม
เมื่อแตกแล้วก็จบแค่นั้น จึงทำให้เกิดกากกัมมันตภาพรังสี และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ในขณะที่ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น (Fusion) นั้นให้พลังงานทั้งจากการแตกตัวและรวมตัวของอะตอม
ทำให้ไม่เกิดกากกัมมันตภาพรังสีมากนัก ทั้งยังให้พลังงานได้มากมายยิ่งกว่านิวเคลียร์ฟิชชั่นหลายเท่าตัว จึงจัดเป็นพลังงานในอุดมคติ
- ดวงอาทิตย์เองก็เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้บนดวงอาทิตย์มีความร้อนสูงมาก



 ○ Extra Boss ม่านตาแห่งรักที่ปิดลง
   โคเมย์จิ โคอิชิ
   Komeiji Koishi

เผ่าพันธุ์ : ซาโทริ
ความสามารถ : ควบคุมจิตใต้สำนึก

น้องสาวของ โคเมย์จิ ซาโทริ
เธอเองก็เป็นเผ่าซาโทริเช่นเดียวกัน เป็นโยวไคที่อ่านใจได้
แต่เธอรู้ว่าการอ่านใจนั้นทำให้ถูกรังเกียจ โคอิชิจึงปิดตาที่สามที่ใช้ในการอ่านใจลง

ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงสูญเสียความสามารถในการอ่านใจไป
แต่ก็กลายเป็นว่าเธอสามารถกระทำการใดๆด้วยจิตใต้สำนึกได้ แทนที่ความสามารถเดิมที่เสียไป
แม้เธอจะไม่ถูกผู้อาศัยในใต้พิภพรังเกียจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เป็นที่หวาดกลัว และไม่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสัตว์

พลังอ่านใจ คือ ความเข้มแข็งของจิตใจของตนเอง
การที่ปิดผนึกไปด้วยเหตุผลที่ว่ารังเกียจพลังแบบนั้น เป็นเพียงการหนีเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วก็ไม่ต่างจากการปิดกั้นจิตใจของตนเองเลย
เป็นการ Shut Down อย่างสมบูรณ์ด้วยการไม่ยอมรับจิตใจของผู้อื่นเลย


เธอไม่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่อะไร กลายเป็นโยวไคที่เอาแต่ซัดเซพเนจรไปตามที่ต่างๆอย่างไร้จุดหมายเท่านั้น
สำหรับเธอก็คงจัดว่ามีความสุขกับชีวิตแบบนั้น และก็ไม่มีปัญหาเดือดร้อนแต่อย่างใด
แต่เมื่อมองจากสายตาของคนรอบข้างก็จะเห็นว่าเธอเป็นคนที่น่าสงสารนิดหน่อย

สิ่งที่ซาโทริผู้พี่ไม่อาจอ่านใจได้นั้น มีเพียงหัวใจของโคอิชิที่ถูกปิดกั้นเท่านั้น
ที่ผ่านมา เธอจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าน้องสาวของตนกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน
เห็นกลับมาเล่นกับแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยง แล้วก็ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนอีกแล้วก็ไม่รู้

ซาโทริรู้สึกสงสารโคอิชิที่เป็นแบบนั้น ระยะหลังมานี้จึงได้ออกคำสั่งให้สัตว์เลี้ยงไปเล่นกับโคอิชิ
และมอบสัตว์เลี้ยงชั้นเลิศของเธอให้แก่โคอิชิไปหลายตัว
เมื่อได้เลี้ยงสัตว์ โคอิชิก็เริ่มมีเป้าหมายขึ้นมาเล็กน้อย และคิดว่าน่าจะสามารถยอมรับจิตใจของผู้อื่นได้
แม้จะแค่เพียงเล็กน้อย แต่นับจากเริ่มเลี้ยงสัตว์เป็นต้นมา โคอิชิเริ่มเปลี่ยนแปลงไป



ในคราวนี้ เธอได้ยินว่ามีมนุษย์จากเหนือพิภพลงมาที่นี่ แล้วทะเลาะเบาะแว้งกับพี่สาวของเธอและพวกโอคูว
จากเรื่องที่ได้ยินมา เธอสนใจเรื่องความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ของโอคูว เธอจึงมุ่งหน้ามายังเหนือพิภพ

ไม่มีใครรู้สึกได้ถึงตัวเธอที่กระทำการใดๆด้วยจิตใต้สำนึกเลย
ครั้นเมื่อขึ้นมาถึงพื้นพิภพ ก็ข้ามผ่านรักแร้ของมิโกะที่กำลังนอนหลับ ผ่านภูเขาที่มีเทนกุคอยลาดตระเวน
โดยที่ไม่มีใครเลยที่รู้สึกถึงวี่แววของเธอ

แม้ว่านั่นจะเป็นเรื่องที่สะดวกดี แต่มันก็ดูเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างไปหน่อยจริงๆนั่นล่ะ
หากแต่โคอิชินั้นไม่มีความคิดเรื่องความโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ในหัวใจเลย


มนุษย์ที่ได้พบโดยบังเอิญ ณ ศาลเจ้าบนภูเขาที่เป็นเป้าหมายของเธอ
การได้พบกับมนุษย์ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนนั้น ยังผลให้จิตใจของเธอเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย
เธอคิดว่า, สิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจอย่างนี้ก็มีด้วยแฮะ, จึงนึกอยากทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้านี้ให้มากยิ่งขึ้น
ณ ตอนนี้เอง ที่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเสียดาย ที่ปิดตาที่สามไป


  ก่อนอื่นก็ต้องชวนเชิญให้ไปที่วังวิญญาณพิภพแห่งใต้พิภพ
  ก่อนหน้านี้เธอทำการต่อสู้แบบไหนกับพี่สาว โอคูวและโอรินกันนะ
  จนถึงตอนนี้ ได้ต่อสู้กับโยวไคแบบไหนมาแล้วบ้างนะ
  อยากฟังเรื่องราวที่ไม่มีวันจบสิ้นของเธอจังเลย


ตอนที่คิดเช่นนั้น เปลือกตาของตาที่สามของโคอิชิก็รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มขึ้นมาเล็กน้อย

Tips :
- โคอิชิ พ้องเสียงกับคำว่า
恋しい (โคอิชิอิ) ที่แปลว่า รัก
故意 (โคอิ) ที่แปลว่า เจตนา (ซึ่งตรงข้ามกับ จิตใต้สำนึก) (ศัพท์ทางจิตวิทยา และปรัชญา)
意志 , 意思 (อิชิ) ที่แปลว่า ความตั้งใจ (ซึ่งตรงข้ามกับ จิตใต้สำนึก) (ศัพท์ทางจิตวิทยา และปรัชญา)
小石 (โคอิชิ) ที่แปลว่า ก้อนกรวด (สุวะโกะเรียกโคอิชิด้วยคำนี้) อาจนัยถึงสิ่งที่ไม่มีใครรู้สึกถึงและสนใจ
- จิตใต้สำนึกนั้น ทำให้ไม่เกิดกระแสความคิด เช่น รังสีสังหาร หรือความรู้สึกจ้องมอง จึงทำให้ผู้อื่นไม่รู้สึกตัวเลย
- รักแร้ เป็นโมเอะแฟคเตอร์ที่เริ่มแพร่ระบาดในหมู่โอตาคุตั้งแต่ช่วงปี 2006 เป็นต้นมา ผู้แต่งจึงนำมาล้อเลียนบ้างซะเลย








 ○ เทพเจ้าปริศนาที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

ยาซากะ คานาโกะ และ โมริยะ สุวะโกะ
เทพเจ้าองค์ใหม่ที่ย้ายมาอยู่บนภูเขาโยวไคพร้อมกับศาลเจ้า

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ในคราวนี้ คือ พวกเธอนั่นเอง

―― การปฏิวัติอุตสาหกรรมพลังงานของกัปปะ

แผนการที่แปะชื่อว่าอย่างนั้น ผ่านขั้นตอนแรกมาได้อย่างปลอดภัย และเริ่มวิ่งไปสู่เส้นทางแห่งการนำมาใช้งานจริง

แผนการนี้ จะนำเอานรกมอดไหม้ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาใช้ประโยชน์อีกครั้งในฐานะเตาอุณหภูมิสูงสุด
เพื่อใช้สร้างพลังงานปรมาณูหลอมรวม ซึ่งว่ากันว่ากว่าโลกภายนอกจะนำมาใช้งานจริงได้นั้นต้องอีกร้อยปีข้างหน้า

แผนการขั้นแรกนั้นคือการคัดเลือกอีกานรกที่เลิศล้ำ
และมอบอีกายาตะ อวตารแห่งดวงตะวัน ให้แก่มัน
ฟื้นพลังความร้อนของซากนรกมอดไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง
และปิดท้ายด้วยการเลี้ยงอีกาตัวนั้นให้เชื่อง

น้ำพุร้อนจึงจัดว่าเป็นหลักฐานความสำเร็จของแผนการนั้น


นิวเคลียร์ฟิวชั่น ต่างจากนิวเคลียร์ฟิชชั่น ตรงที่ปฏิกิริยานิวเคลียร์เกิดความผิดปกติได้ยากกว่า
นอกจากนี้ยังไม่ก่อให้เกิดกากกัมมันตภาพรังสีที่มีระดับความเข้มข้นสูงอีกด้วย
ความปลอดภัยสูง พลังงานที่ได้ก็มากล้น จึงเป็นดั่งพลังงานในฝัน

ดูเหมือนคานาโกะจะลงมือทำงานนี้ในฐานะที่มันเป็นสายงานหนึ่งของกิจการของศาลเจ้า


เนื่องจากไม่รู้สึกถึงอันตรายของมัน โยวไคบนพื้นพิภพจึงไม่ได้คิดจะขัดขวางแผนการนี้ แม้แต่ตอนหลังจากที่ได้รู้ข้อเท็จจริงแล้วก็เช่นกัน



เพียงแต่ พวกเรย์มุที่ถูกส่งลงไปใต้พิภพนั้นดูเหมือนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
『เรื่องพรรค์นี้น่ะ บอกทุกคนก่อนค่อยลงมือทำสิโว้ย』



.........................................................................................................................................................................................