Sticky Note

เวบ PhotoBucket ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพบนเวบอื่นอีกต่อไป ตอนนี้ภาพบนเวบเกือบทั้งหมดจึงล่มสนิท และผมยังไม่สามารถแก้ไขได้ในเร็วๆนี้ OTL
ช่วงนี้คงต้องรบกวนให้ผู้ที่สนใจช่วยกดคลิกขวาที่รูปภาพแล้วเลือก Open Image in New Tab (เปิดรูปภาพในแท็บใหม่) ไปก่อนครับ ' w')/

About Sabre...

สวัสดีครับ ทุกท่าน 
กระผม เซเบอร์คุง ขอยินดีต้อนรับเข้าสู่จักรวาลแห่งโทโฮครับ
(อนึ่ง บทความนี้เขียนขึ้นในปี 2009 อาจมีบางจุดที่ยังเกรียนอยู่บ้างก็อย่าไปใส่ใจครับ :p ผมอ่านแล้วยังขำตัวเองเลย (ฮา) ) 

จุดประสงค์ในการทำบล็อกนี้
ก็เพื่อเผยแพร่โทโฮโปรเจคท์ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นในประเทศไทยครับ
เนื่องจากผมคิดว่า ถ้าเรามีของดีหรือรู้เรื่องดีๆแล้วก็ต้องแนะนำคนรอบข้างให้รู้ด้วย ไม่กั๊กเอาไว้คนเดียว ถึงจะถูก จริงมั้ยครับ ^ ^
เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ~

นามปากกาพิลึกอ่านยาก ?
นามปากกานี้ผมใช้มาตั้งแต่ปี 1998 ตอนที่เริ่มใช้อินเตอร์เนท
เนื่องจากผมชื่นชอบในตัวดาบชนิดนี้ และเห็นว่ามันมีต้นกำเนิดอยู่ในยุโรป จึงสะกดตามสไตล์ยุโรปว่า Sabre
หากเป็น Saber จะเป็นการสะกดในสไตล์อเมริกา ซึ่งคนทั่วไปจะคุ้นกับชื่อนี้มากกว่ากระมัง
(^ ^ แหม่ Fate stay/night มันดังไม่หยอกนี่นะ)
ตอนที่รู้ว่าตัวเอกของเรื่องใหม่ Type-Moon (ค่ายโปรด) ใช้ชื่อนี้ เล่นเอาผมใจเสียเลย
ดีนะ ที่สะกดไม่เหมือนกัน นามปากกานี้ของผมเลยยังคงมีเอกลักษณ์อยู่ และใช้งานได้ดี ไม่ค่อยซ้ำกับคนอื่น


แล้วแกเป็นใคร ?
ผมเป็นลูกชายคนที่สอง จากทั้งหมดสี่คน(ชายล้วน) ของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
หลังจากที่พี่ชายจูงมือพาผมที่เพิ่งจะอายุ 3 ขวบไปนั่งเล่น Contra ภาคแรกที่ร้านเกม ผมก็ติดเกมเข้าให้อย่างจัง
สถานที่เล่นกีฬาไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็ก และแถวบ้านก็ไม่มีเด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมากนัก ทำให้ผมไม่มีอะไรทำ ไม่มีอะไรเล่น
แต่เกมสามารถเติมเต็มส่วนนี้ให้ผมได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าพ่อแม่จะเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่า ถ้าติดเกมมากไปจะเสียการเรียน
แต่ผมก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เกมไม่ได้ทำให้คนโง่เสมอไป
ในทางกลับกัน ผมเรียนรู้กระบวนการคิดจากเกมจนเก่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
จากที่เคยสอบได้อันดับรั้งท้าย กลายมาเป็นที่หนึ่ง

เกมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มนุษย์ต่างหากที่หลงผิดแล้วโทษเกม
สิ่งที่มนุษย์ต้องทำก็คือ การเลือกเกมที่จะเล่นและค้นหาประโยชน์จากมัน

ผมเล่น RPG แล้วเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นกับแง่คิดปรัชญาต่างๆ บางครั้งยังได้ประสบการณ์ชีวิตทางอ้อมผ่านตัวละครในเรื่อง
เล่น RTS แล้วฝึกที่จะใช้สมองวางแผน มากกว่าใช้จำนวนยูนิทเข้าสู้ บางครั้งยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ด้วย
และก็เล่น Shooting และ Fighting เพื่อฝึกสายตาและประสาทสัมผัส ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราได้พบกับสิ่งที่ดีอย่างคาดไม่ถึง เช่น โทโฮ เป็นต้น
ส่วนเกม Action นั้นเล่นเอามันส์ซะมากกว่า (ฮา)
เกมที่ผมไม่เล่นเลยจริงๆ ก็คือเกมจำพวก กีฬา เพราะถ้าจะต้องมานั่งเล่นเกมอย่างนี้ สู้เราไปเล่นมันจริงๆเลยดีกว่า (ฮา)

อย่างไรก็ดี เมื่อผมอายุมากขึ้น เกมก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เมื่อเกมใหม่ๆไม่มีอะไรที่แปลกใหม่พอ
ทั้งยังเน้นกราฟฟิกเสียจนความสนุกหายไปหมด...
...ทั้งๆที่สมัยเครื่อง PS1 ยุคแรก-ยุคกลางลงไปจนถึงแฟมิคอม หรืออาตารินั้น ตัวเกมสนุกมากแท้ๆ
นอกจากนี้การเรียนก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าเรียนในคณะสัตวแพทย์แล้ว ผมก็เริ่มไม่มีเวลาจะเล่นเกม

แต่กระนั้นฟ้าก็ยังเมตตา ให้ผมได้พบกับโดจินซอฟท์ (Doujin Soft) หรือถ้าเรียกให้ละเอียดขึ้นก็คือ โดจินเกม
ซึ่งเกมเหล่านี้สร้างมาล้อการ์ตูนบางเรื่องหรือเกมบางเกม และสร้างโดยคนที่รู้ว่าเกมนั้นต้องทำยังไงจึงจะสนุก
แต่อนิจจา เวลาที่ผมเหลืออยู่นั้นน้อยเต็มที โดยเฉพาะตอนนี้ที่ได้งานทำแล้วนั้น ไม่ต้องพูดถึงเกมเลยครับ ผมแทบไม่ได้เล่นเลย
ที่เล่นตอนนี้ก็มีแต่เกมที่สามารถจบด่านได้ภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น และโทโฮก็เป็นหนึ่งในนั้น

แล้วมายุ่งอะไรกับโทโฮ ?
ผมได้พบกับโทโฮครั้งแรกเมื่อประมาณปี 2003 ปลายเดือน 8 ซึ่งโทวโฮวโยวโยวมุ(7) เพิ่งออกมาได้ไม่นาน
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมเริ่มเล่น Doujin Soft ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
ในกาลนั้นนับเจ้าของร้านด้วยแล้ว ก็ยังมีคนอื่นๆอีกรวม 7-8 คนเห็นจะได้
เจ้าของร้านนำเกมนี้มาเล่นโชว์พวกเรา แล้วก็ตายเอาๆจนพวกเราแอบขำกันเล็กน้อย
อาจกล่าวได้ว่าคนกลุ่มนี้เองที่เป็นกลุ่มบุกเบิกโทโฮไทยรุ่นแรกสุด ซึ่งที่จริงยังไม่ต้องรวมผมเข้าไปก็ได้มั้ง
เพราะส่วนตัวผมในตอนนั้นแค่ไปรับของที่สั่งไว้เฉยๆและจะรีบเดินทางกลับก่อนมืด จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
แต่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเป็นเราล่ะก็ จะต้องเล่นได้ดีกว่านั้นแน่... ...

กาลเวลาผ่านไปถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของเดือน 11 ในปีเดียวกัน
งานแข่งขันเล่นเกมโดจินซอฟท์ ได้ถูกจัดขึ้นอีกครั้ง และแน่นอนว่าผมก็ไปร่วมกับเขาด้วย
หลังจบศึก ผมก็เข้าโซนพักผ่อนคลายเครียด(?) หรือก็คือเล่นเกมอื่นไปพลางๆ ระหว่างรอคิวแข่งนั่นเอง
ยูนาริ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม 7-8 คนที่กล่าวถึงข้างต้น และเป็นหัวหอกในการจัดงานแข่งนี้ ได้เปิดเกมเกมนี้ขึ้นมาให้ผมได้เล่นจนได้
(ตอนนี้อีกสามคนในกลุ่มบุกเบิกที่ผมรู้แล้วว่าเป็นใคร และยังคงทำอะไรที่เกี่ยวกับโทโฮอยู่)
(ได้แก่ ท่าน โทมะ มาซากิ และท่าน Poemii และท่าน Mephistopheles แห่ง animag)
(ปัจจุบันจึงเหลือรุ่นบุกเบิกเพียง 5 คนเท่านั้นเองที่ผมรู้ว่ายังคงทำอะไรเกี่ยวกับโทโฮอยู่)
แต่เนื่องจากผมจะไม่เล่นเกมที่ไม่รู้วิธีบังคับ จึงให้ยูนาริเล่นให้ดูก่อน แล้วผมจะสังเกตวิธีการเล่นเอง

เขาเลือกเล่น Normal แล้วเล่นไปจนสอยเลตตี้ได้สำเร็จ เป็นอันจบด่าน 1 ของภาค 7
จากนั้นเขาก็เตรียมจะส่งต่อให้ผมเล่น โดยการเลือกโหมดอะไรสักอย่างที่อยู่ล่างสุด ล่างยิ่งกว่า Hard ให้ผม...
...ใช่แล้วครับ... มันคือโหมด Lunatic (วิกลจริต บ้าคลั่ง) ที่ใครๆต่างก็เกลียดกลัวนั่นเอง
ผมเล่นแบบเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนจบด่าน 1 ได้โดยไม่เสียคอนทินิว (แต่ก็เสียตัว..... อ๊ะ อ๊ะ อย่าคิดลึก)
และก็เลิกไว้ก่อนแต่เพียงเท่านั้น เพราะผมต้องไปแข่งต่อ

หลังจากจบงานแข่งและการเล่นเอาฮานอกรอบแล้ว ก็จะมีเทศกาลแจกของก่อนจาก
ผมซึ่งยังค้างคาใจ ก็เลยเอ่ยปากขอเกมที่เล่นเมื่อตอนบ่ายจากยูนาริ เมื่อได้แผ่นมา ผมจึงได้พบชื่อของมัน... โทวโฮวโยวโยวมุ

แล้วนึกยังไงมาแปลโทโฮ ?
หลังจากได้แผ่นภาค 7 มา (อันที่จริง ในตอนแรกนั้นผมไม่ได้สนใจจำชื่อเกมเลยด้วยซ้ำ)
ผมใช้เวลาประมาณหนึ่งวันในการเล่นจบแบบลูนาติคโนคอนฯทั้ง 6 ตัวละคร
เพราะโดนหลอกว่าต้องทำแบบนี้จึงจะเอาตัวละครนั้นๆเข้าไปโหมดเล่น Extra ได้ OTL
และอีกวันสำหรับ Extra ทั้ง 6 ตัวละคร และอีกวันสำหรับ Phantasm (เรย์มุโหมดยิงเข็ม)

หลังจากที่เอาชนะยูคาริได้อย่างยากลำบาก ผมก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า พวกเธอคุยอะไรกัน ?
ผมพบว่าเรื่องราวสนุกดี จึงกลับมาไล่แปลอย่างอื่น แปล แปล แปล จนในที่สุด ผมก็กลายเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ orz
อันที่จริง ที่ผมไม่ค่อยได้เล่นเกมแล้ว ส่วนนึงก็เพราะงานแปลโทโฮนั่นเอง ^ ^)

ผมเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ตอน ม. 5 (1998) ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่ผมเริ่มใช้อินเตอร์เนท
แต่เนื่องด้วยขาดแคลนเวลาและทุนทรัพย์ ทั้งยังติดเรื่องการเดินทางไปศูนย์ภาษา
ผมจึงต้องศึกษาด้วยตัวเอง โดยการซื้อหนังสือไวยกรณ์ และพวกเตรียมสอบวัดระดับทุกระดับ มานั่งอ่านเอง
ผ่านมาหลายปีดีดัก ผมก็เริ่มได้ใช้มันเป็นจริงเป็นจัง เนื่องจากงานแปลโทโฮนี่เอง

แต่กระนั้น ผมก็ยังอยากได้ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับโทโฮโดยเร็วที่สุด
จึงค้นหาดูและพบว่า มีชาวต่างชาติแปลเป็นอังกฤษ และรวบรวมไว้เป็นโทโฮวิกิพีเดียอังกฤษ (นิยมเรียกสั้นๆว่า WikiENG หรือ วิกิอิง)
ตัวผมซึ่งชำนาญภาษาอังกฤษนั้นสามารถอ่านได้สบายมาก จึงชอบไปหาข้อมูลจากที่นั่นในช่วงแรก
แต่อยู่มาวันหนึ่ง ผมนั่งเล่นไปอ่านไป ได้เจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย ก็เลยลองเปิดวิกิอิงอ่านดูแล้วพบว่า...
...เอ๊ะ...ตรงนี้มันแปลผิดนี่นา...

ความเคลือบแคลงเข้าครอบงำ ผมจึงทำการตรวจสอบข้อมูลที่มีในนั้นทั้งหมด เทียบกับข้อมูลดิบต่างๆ
จึงพบว่า มีข้อผิดพลาดมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น
บ้างก็ต้นฉบับผิดเพี้ยนจึงแปลผิด บ้างก็แปลผิดทั้งที่ต้นฉบับถูก บ้างก็ไม่เข้าใจมุข บ้างก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสำนวนการพูดภาษาอังกฤษที่บางครั้งไม่เข้ากับลักษณะการพูดของตัวละครนั้นๆเอาซะเลย
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด การแปลผิด ก็คือ ข้อมูลที่ผิด และทำให้ความเป็นจริงในโทโฮค่อยๆผิดเพี้ยนไป

ผมจึงคิดว่าขึ้นมาว่า เราน่าจะลงมือแปลไทยและรวบรวมเรียบเรียงให้เป็นเรื่องเป็นราวมั่ง
แต่ติดที่ว่าผมเองก็ยังไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่
อันที่จริงผมเคยคิดว่า คนอื่นที่เขาเรียนภาษาญี่ปุ่นมาจากสถาบันต่างๆ และสอบวัดระดับได้ขั้นกันมาเป็นเรื่องเป็นราว มีตั้งเยอะแยะ
เดี๋ยวปล่อยให้พวกเขาจัดการไปก็ได้ น่าจะออกมาดีกว่าผมทำเอง ดังนั้นผมจึงไม่ลงมือทำอะไรเท่าใดนัก...

จนกระทั่งผมพบว่าในไทยเองก็เริ่มมีข้อมูลที่ผิดพลาดแพร่กระจายไปเหมือนกัน (ส่วนนึงก็มาจากวิกิอิงด้วยล่ะนะ)
และในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2007 ผมก็พบว่ามีการแปล Official Book ที่ค่อนข้างผิดพลาดร้ายแรงออกมา
ด้วยความกลัวว่า ข้อมูลของโทโฮไทยจะมุ่งหน้าไปสู่ทางสายหายนะ
ในที่สุด ผมก็เลยหันมาทำงานแปลโทโฮอย่างเต็มที่ จนถึงปัจจุบัน
(แต่งานสัตวแพทย์ต้องมาก่อนนะครับ ^ ^)

แล้วนึกยังไงมาทำบล็อกนี่ ?
PK เป็นบ้านเกิดของผมในโลกไซเบอร์ จึงเริ่มลงบทความโทโฮที่นั่น แต่เนื่องจากไม่มีระบบขุดกระทู้
ทำให้กระทู้ร่วงไปอย่างรวดเร็ว การเผยแพร่จึงทำได้ยากยิ่งนัก ดังนั้นผมจึงย้ายฐานทัพมาที่ TirkX
ตุรกีเป็นสถานที่ที่ดี มีผู้คนมากมาย มีระบบขุดกระทู้ และมีฟอรั่มโทโฮแยกต่างหากไว้ให้
แต่ว่าที่นั่นต้องสมัครเป็นสมาชิก จึงจะเข้ามาอ่านได้ และระบบการสมัครสมาชิก ก็ค่อนข้างเข้มงวด จึงยากนักที่จะเผยแพร่โทโฮออกไป
ในขณะเดียวกัน Web Blog นั้นมีอิสระในการเข้าชมที่สูงกว่ามาก และสามารถสร้างได้ง่ายกว่าเวบไซท์ (ซึ่งผมไม่มีความรู้ด้านนั้นเลย)

แต่ถึงอย่างนั้น ผมเองก็ยังไม่ติดไฟ ไร้กำลังใจจะมานั่งศึกษาและทำบล็อกของตัวเองให้เป็นเรื่องเป็นราว
ส่วนหนึ่งก็เพราะงานสัตวแพทย์ในกรมปศุสัตว์ช่วงนั้นจัดว่ายุ่งมาก และเครียดมากด้วย เพราะเดิมพันด้วยอนาคตของประเทศชาติ
แต่หลังจากผ่านช่วงนั้นมาได้แล้ว ผมก็เข้าสู่ช่วงจำศีลซะงั้น (ฮา) ทั้งนี้ก็เพราะสภาพรอบตัวไม่เอื้อต่อการแปลโทโฮนั่นเอง
และแล้ว... เมื่อหลุดพ้นจากสภาวะไม่เอื้อได้ ผมก็เริ่มแปลโทโฮต่อ

อยู่มาวันหนึ่ง ก่อนสิ้นปี 2007 เหมือนนางฟ้า(หรือซาตาน)มาดลใจ... ...ผมลองคลิกเข้าไปดูในเวบอื่นและพบว่า...
...บทความที่ผมแปลไว้จำนวนมาก ถูกนำมาแก้ไขดัดแปลง(แบบไม่เนียนเท่าไหร่)และแปะหราอยู่ในเวบนั้น
อันที่จริงถ้ามี Credit ให้สักหน่อย ผมคงไม่รู้สึกอะไร และอาจขอบคุณเขาด้วยซ้ำ เพราะเขาช่วยเผยแพร่โทโฮออกไป
ผมไม่ทราบว่าเขาคือใคร ตัวจริงเป็นใคร เพราะชื่อและฉายาที่ใช้นั้นต่างกันไปตามสถานที่ที่เขาไปอาศัย
เขาอาจเป็นเทพเจ้าโทโฮอยู่ในเวบบอร์ดของเขา... ด้วยบทความของผมงั้นเหรอ ?
โอเค อันนั้นไม่ว่ากัน
แต่ปัญหามันบังเกิดตอนที่ มีเมล์จากใครสักคนส่งมาด่าผม ว่าไปลอกบทความของศาสดาของเขามาเขียน...

...น่าเศร้า...

ผมแปลโทโฮเพราะชอบเท่านั้น ไม่ใช่เพราะต้องการชื่อเสียงหรืออำนาจ
ผู้อื่นผู้ใดนำไปใช้หาอำนาจใส่ตัว ผมก็ไม่ได้ใส่ใจ ถือว่าช่วยเผยแพร่โทโฮไปอีกทาง
แต่มาหาว่าผมลอกคนอื่นนี่...มันก็เกินไปหน่อย...
กว่าจะนั่งรวบรวมข้อมูล หาศัพท์เฉพาะ สำนวนพิเศษ ความหมายแฝง ฯลฯ จนแปลเสร็จได้ไม่ใช่ง่ายๆ
ทำไมผมถึงต้องโดนสาวกของเขาส่งเมล์มาด่า ว่าผมขโมยงานแปล ทั้งที่ผมเป็นเจ้าของมัน ?
มันคงคล้ายกับตอนที่เราอดนอนอ่านหนังสือแทบตาย
แต่สุดท้ายก็โดนเพื่อนแอบลอกข้อสอบ แล้วทำโพยปลอมมายัดใต้โต๊ะก่อนฟ้องอาจารย์มาเล่นงานเราซะงั้น

...รูปการณ์ออกมาแบบนี้ก็เท่ากับว่า ผมจะมัวเขียนนู่นเขียนนี่อยู่แต่ในตุรกีไม่ได้แล้ว ผมจำเป็นต้องออกมาสู่โลกกว้าง
เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ผมจึงย้ายฐานปฏิบัติการโทโฮของตน มาลงหลักปักฐานที่ exteen แห่งนี้แทน
(และได้ย้ายมายัง BlogSpot ในปี 2013)

แล้วทำไมไม่ใช้เวบไซต์ wikipedia ?
เวบไซต์วิกิพีเดีย เป็นที่ที่ดีครับ แต่จุดที่ไม่ดีของมันก็คือ มันเป็นเวอร์ชั่นไทย
ซึ่งในที่แห่งนั้นเราจะพบปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องของการใช้ภาษาไทย การใช้คำทับศัพท์ ฯลฯ
แต่สิ่งที่น่าปวดกบาลที่สุดก็คือ การที่มันสามารถแก้ไขได้โดยเสรี ครับ
ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจจะถูกแก้ไขให้ผิดเพี้ยนเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ผมแทบไม่รู้ตัวเลย

และอย่างที่หลายๆท่านทราบกันดีกว่า แม้แต่ในญีปุ่นเองก็ยังมีปัญหาเรื่องความสับสนระหว่าง Official กับ โดจิน
ดังนั้นของพี่ไทยนี้ไม่ต้องพูดถึงครับ หนักหนาสาหัสกว่ากันเยอะ
จึงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนัก หากจู่ๆวันหนึ่งข้อมูลในเวบจะถูกแก้ไขจนผิดพลาดไป

โอเค โอเค มันมีคำสั่ง Recent เพื่อใช้เช็คดูได้ว่า มีหน้าไหนบ้างที่ถูกแก้ไขไปล่าสุด
...แต่มันบอกเราได้แค่ไม่กี่หน้าเท่านั้นครับ...
เกิดวันไหนมีมือดีมาบอมบ์ทีเดียวทั้งเวบ ผมก็คงตามล้างตามเช็ดไม่ไหว
เพราะหากทำกันจริงๆแล้ว ข้อมูลโทโฮทั้งหมดจะใช้หน้าเวบเกิน 1,000 หน้าแน่นอน

ดังนั้น การใช้บล็อกส่วนตัวแบบนี้จึงเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งครับ
แถม exteen ก็มีระบบ Widget ที่ทำให้ผมสามารถแต่งเติมบางอย่างลงไปในบล็อกได้ เช่น กล่องตะโกน เป็นต้น
มันจึงดูไม่ต่างจากเวบไซต์เท่าใดนัก และไม่น่าจะเป็นปัญหา ถ้าจะใช้ที่นี่เป็นฐานทัพ

แล้วนั่งทำคนเดียวอย่างนี้จะเรียกว่าวิกิพีเดียได้ไง ?
สาเหตุที่ใช้คำว่า wikipedia ก็เพราะ เป็นคำที่คนไทยเข้าใจได้ง่าย
ง่ายยิ่งกว่าคำว่า encycloepedia (ทั้งๆที่ wikipedia แปลว่า free encyclopedia)
ในไทยยุคนี้เราต้องยอมรับว่า ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็จะถามอาจารย์กู (Google) ไม่ก็ วิกิ (wikipedia) กันทั้งนั้น
นอกจากนี้ คำว่า encyclopedia ยังถูกใช้ไปแล้วในเนื้อหาของโทโฮภาค โทวโฮวกุมอนชิคิ-เกนโซวเคียวเอนกิ ดังนั้นจะใช้ซ้ำกันก็คงแปลกๆ
และอีกอย่าง... ถ้าไม่ใช้คำว่า wikipedia ก็จะไม่ได้อักษรย่อของชื่อบล็อกเป็นอีโมฯร้องไห้แบบนี้ TwT ครับ (ฮา

แล้วไม่หาผู้ช่วยสักคนรึ ?
ผมเคยพยายามหาแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
อาจเป็นเพราะระบบการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของประเทศไทยยังไม่ค่อยดีนัก ทำให้การแปลออกมาในแนวทางเดียวกัน
ซึ่งที่จริงอาจจะเป็นทางที่ดีก็ได้ เพียงแต่มันไม่เหมาะกับโทโฮเอาเสียเลย
นั่นก็คือ การอ่านทำความเข้าใจ แล้วแปลไปตามใจตัวเอง

ผลที่ได้ก็คือ บางครั้งนักแปลจะแปลตกคำศัพท์หรือใจความบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งๆที่บางครั้ง สิ่งเหล่านั้นก็คือ มุขที่ผู้แต่งตั้งใจใส่มาเป็นพิเศษ
สำหรับเรื่องอื่นคงไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ เพราะยังไงเสียก็ยังมีภาพเคลื่อนไหวและเสียงพากย์ใสๆมาชดเชยได้

...แต่โทโฮไม่มี...

ดังนั้นแม้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ก็ควรเอาใจใส่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อรรถรสแห่งโทโฮอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้, แม้จะได้ผู้ช่วยมา ผมก็ต้องแปลตรวจซ้ำ เพื่อความมั่นใจอยู่ดี
ประกอบกับ ผมเป็นคนขี้เกรงใจ ดังนั้นจึงไม่อยากไปจู้จี้กับงานแปลของท่านที่อุตส่าห์สละเวลามาช่วยเหลือผมมากนัก
และผมก็ไม่รู้นิสัยใจคอของแต่ละคน บางคนชอบคำชมแต่ไม่ยอมรับคำติติงในทุกกรณีก็มี
สุดท้ายแทนที่จะช่วยกัน เกิดกลายผมไปแทงใจเขาขึ้นมาจะยุ่งเปล่าๆ และผมก็เป็นพวกไม่ชอบสร้างศัตรูด้วย
ดังนั้น การทำงานคนเดียวจึงสบายใจที่สุดครับ

แต่หากพบข้อผิดพลาดประการใด ก็สามารถแจ้งได้ที่กล่องตะโกนหน้าเวบครับ ผมยินดีตรวจสอบและแก้ไขให้เป็นอย่างยิ่ง ' w')/

แล้วจากนี้ไปล่ะ ?
ผมเป็นคนที่คล้ายๆกับท่าน ZUN ในบางอย่าง คือ
เดินไปตามแผนที่วางไว้อย่างช้าๆ รอบคอบ และระมัดระวัง พลาดพลั้งก็ต้องรีบแก้ไข และจดจำไว้ไม่ให้พลาดอีก
และผมก็เป็นพวกติดยากแต่ดับง่าย (ในหลายๆความหมาย)
ดังนั้นผมจึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรกับท่านที่ส่งเมล์มาใส่ร้ายผมอีกต่อไปแล้ว
ก็อย่างที่ว่าล่ะครับ ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้ผมมีไฟจะทำที่นี่ขึ้นมา
และเพราะติดยากแต่ดับง่ายนี้เอง บางครั้งก็เลยดองบล็อกไปนั่งเล่นเกมเอาดื้อๆก็มี (ฮา)
จากนี้ไปผมจะทยอยแปล, พิมพ์ และนำสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับโทโฮ มาประดับประดาที่นี่ไปเรื่อยๆ
ด้วยความตั้งใจแรกเริ่มที่ว่า จะสร้าง Touhou wikipedia Thai (TwT) ครับ

อุตส่าห์ทนอ่านมาได้ถึงตรงนี้ น่านับถือยิ่งนัก ข้าน้อยขอคารวะครับ (_ _)
ขอขอบคุณที่ทนอ่านเรื่องไร้สาระนี้จนจบนะครับ ^ ^
ว่าแล้วก็ขอตัวลาไปแปลโทโฮต่อล่ะคร้าบ~~~

ด้วยความเคารพนับถือ
เซเบอร์คุง สาวกโทโฮทำมะด๊า~ธรรมดา(?)