Sticky Note

เวบ PhotoBucket ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพบนเวบอื่นอีกต่อไป ตอนนี้ภาพบนเวบเกือบทั้งหมดจึงล่มสนิท และผมยังไม่สามารถแก้ไขได้ในเร็วๆนี้ OTL
ช่วงนี้คงต้องรบกวนให้ผู้ที่สนใจช่วยกดคลิกขวาที่รูปภาพแล้วเลือก Open Image in New Tab (เปิดรูปภาพในแท็บใหม่) ไปก่อนครับ ' w')/

SoP - Futo


東方求聞口授 ~ Symposium of Post-mysticism.
โทวโฮวกุมอนคุจุ (ใคร่รู้คำสอนแห่งตะวันออก) ~ งานประชุมสัมมนาแห่งยุคหลังความเชื่อทางศาสนา


.........................................................................................................................................................................................



เซียนถอดวิญญาณแห่งญี่ปุ่นยุคโบราณ
{โมโนโนเบะ โนะ ฟุโตะ Mononobe no Futo }


ความสามารถ : ควบคุมฮวงจุ้ย
ความอันตราย : ต่ำ
ความเป็นมิตรต่อมนุษย์ : ไม่แน่ชัด
สถานที่หลักในการทำกิจกรรม : หมู่บ้านมนุษย์



คนยุคโบราณที่ร่ายคำสาปใส่ร่างกายของตัวเองจนหลับใหลมาอย่างยาวนาน
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเป็นเซียนผู้ไม่แก่ไม่ตายด้วยวิธีการตายชั่วขณะจนหลุดพ้นจากวัฏสงสาร
อันที่จริงแล้วไม่น่าจะไปได้สวยมากนัก สุดท้ายจึงกลายเป็นที่หมายตาของเหล่ายมทูต

เมื่อเทียบกับโทโยซาโตะมิมิ โนะ มิโกะซึ่งฟื้นขึ้นมาในยุคปัจจุบันด้วยวิธีเดียวกันแล้ว
เธอไม่คุ้นเคยกับเกนโซวเคียวเอาเสียเลย เชื่อกันว่าเป็นเพราะเธอมีความสามารถในการปรับตัวค่อนข้างต่ำ
ซึ่งเรื่องนี้สามารถดูได้จากตัวเธอในอดีต
ก่อนตาย(?)ก็ไม่ยอมทำความคุ้นเคยกับศาสนาพุทธที่มาจากแผ่นดินใหญ่ แล้วเข้าหาลัทธิเต๋าซึ่งใกล้เคียงกับชินโตที่นับถือศรัทธามาแต่โบราณ
ปัจจุบันเธอน่าจะยังนับถือศรัทธาในลัทธิเต๋าควบคู่ไปกับการรับใช้โทโยซาโตะมิมิ โนะ มิโกะเช่นเคย
ทว่าท่าทางและวิชาที่เธอใช้ยังดูครึ่งๆกลางๆเหมือนวัตถุโบราณในอดีตอย่างบอกไม่ถูก
แต่นั่นก็อาจเรียกได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของเธอ

เธอพูดเหมือนเป็นข้อแก้ตัวว่าความสามารถของเธอเกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ย(*1)
แต่ถ้าตีความว่าเป็นศรัทธาต่อธรรมชาติแล้ว ความสามารถของเธอแทบไม่แตกต่างจากของลัทธิชินโตเลย
แค่เอาสิ่งที่มีติดตัวก่อนเล่าเรียนวิชาเต๋ามาอ้างเป็นความสามารถของตนในปัจจุบันเท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงไม่รู้สึกถึงการสืบทอดมาแต่โบราณเลย ทั้งที่เหมือนจะเก่าแก่มากแท้ๆ
*1 [พูดเองเออเองว่าเป็นความสามารถ]

เธอเป็นคนสุภาพ
แต่คงเป็นเพราะวิธีการคิดยังคงโบราณเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงล่ะมั้ง เธอจึงแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดาอย่างสมบูรณ์
ถ้ามองจากจุดนั้นก็อาจเรียกได้ว่าเธอทำตัวคล้ายกับพวกเซียนแล้ว

ปัจจุบันเธอคอยทำสิ่งต่างๆร่วมกับโทโยซาโตะมิมิ โนะ มิโกะ พร้อมกันนั้นยังทุ่มเทฝึกฝนวิชาอย่างมีเอกลักษณ์ด้วย(*2)
*2 [และ รักษาอาการเหลื่อมเวลา]



{เซียนถอดวิญญาณ}

งานใหญ่ที่สุดของการเป็นเซียนคือการต่อสู้กับอายุขัย
ส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบของการต่อสู้กับยมทูต แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
จึงอาจกล่าวได้ว่า เซียนเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต้องพยายามอย่างต่อเนื่องยิ่งกว่าตอนเป็นมนุษย์เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องตาย

ในบรรดาเซียนเหล่านั้น
เซียนถอดวิญญาณ คือเซียนที่หลีกหนีจากอายุขัยด้วยการทำตัวเสมือนเป็นคนที่เคยตายไปแล้ว

วิธีการกลายเป็นเซียนถอดวิญญาณมีมากมายหลายวิธี ดูเหมือนวิธีที่เธอใช้จะเป็น
「การทิ้งร่างเนื้ออย่างสมบูรณ์ แล้วนำวิญญาณไปสิงสถิตไว้ในวัตถุอะไรสักอย่าง
 เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม วัตถุนั้นจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างเนื้อของตน ส่วนศพจะกลายเป็นวัตถุนั้นแทน」
ดูเหมือนวัตถุที่เธอใช้จะเป็น จาน(*3)
*3 [โทโยซาโตะมิมิ โนะ มิโกะที่คืนชีพด้วยวิธีเดียวกันเลือกใช้ ดาบมณี(ดาบที่มีความสำคัญประดุจสมบัติ ดาบประจำตัวเชื้อพระวงศ์)]

อันที่จริงตอนคืนชีพนั้นได้ทิ้งร่างเนื้อไปแล้ว จึงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตามใจชอบได้ในระดับหนึ่ง
แต่เซียนถอดวิญญาณส่วนใหญ่เลือกใช้รูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับร่างเดิม
นั่นเป็นเพราะยังคงยึดติดกับรูปลักษณ์ของตนในระดับหนึ่ง และเพื่อให้ผู้อื่นรับรู้ว่าเป็นใคร
ด้วยเหตุนี้เธอจึงคงรูปลักษณ์แบบโบราณ แต่โทโยซาโตะมิมิ โนะ มิโกะเลือกเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เข้ากับยุคสมัย



{วิธีรับมือ}

ตัวเธอแค่สนุกสนานกับการฝึกวิชาเพื่อเพิ่มพูนพลังของตนเท่านั้น
เธอไม่มีความคิดเป็นปรปักษ์กับมนุษย์ จึงไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว

แต่ในทางตรงข้าม เธอกลับรู้สึกเป็นศัตรูกับเหล่าโยวไคโดยไม่มีเหตุผล
บางทีคงเป็นเพราะเธอไม่คุ้นเคยกับกฎของเกนโซวเคียว และยังมีความทรงจำในยุคที่มนุษย์หวาดกลัวโยวไคอยู่
ดังนั้นรอบตัวเธอจึงมีแต่การต่อสู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น

เธอเคยช่วยเหลือมนุษย์จากโยวไคก็จริง แต่รอบตัวเธอมีการต่อสู้ที่ไม่จำเป็นอยู่มากมาย ไม่ว่ายังไงก็ทำให้เดือดร้อนอยู่ดี
การไม่อยู่ใกล้เธอจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า



.........................................................................................................................................................................................

กลับไปที่สารบัญของหนังสือเล่มนี้