SunMoonStar-02-01


東方三月精 ~ Strange and Bright Nature Deity.
โทวโฮวซันเกทสึเซย์ (สามภูตจันทราแห่งตะวันออก) ~ เทพธิดาแห่งธรรมชาติผู้สดใสและไม่ธรรมดา


.........................................................................................................................................................................................

เล่ม 1

วางจำหน่ายในวันที่ 26 เดือน 1 ปี 2008
ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาตอนที่ 1-8 และมีตอนพิเศษแถมมาด้วยอีกหนึ่งตอน รวมเป็น 9 ตอน
ในเล่มจะแถม CD มาด้วยหนึ่งแผ่น ซึ่งภายในมีเพลงธีมประจำตัวละครเอกทั้งสามอยู่
โดยเพลงธีมในครั้งนี้ เป็นการเอาเพลงของภาค 6 7 8 มาผสมผสานเข้ากับเพลงธีมเดิมของซันนี่มิลค์, ลูน่าไชลด์, สตาร์แซฟไฟร์ตามลำดับ
จุดที่น่าเสียดายก็คือ ไม่มีการนำเอา 「จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต」 (ฉบับที่ 6 7 8 และพิเศษ) มาตีพิมพ์ลงในเล่ม
ทำให้ผู้ที่ไม่ได้ซื้อฉบับซีรี่ส์ต้องพลาดโอกาสที่จะได้อ่านมันไป



ISBN : 978-4-04-854152-7

สำนักพิมพ์ : คาโดคาวะโชะเทน

เรื่อง : ZUN

ภาพ : ฮิราซากะ มาโคโตะ

สิ่งที่แถมมากับหนังสือ : CD 1 แผ่น ซึ่งภายในประกอบด้วย
Audio Track
   1.サニーミルクの紅霧異変
      Sunny Milk โนะโควมุอิเฮน (เหตุหมอกแดงวิปลาสของซันนี่มิลค์)
   2.雪月桜花の国
      เซทสึเกทสึโอวคะโนะคุนิ (ประเทศแห่งดอกซากุระ หิมะ และพระจันทร์)
   3.スターヴォヤージュ2008
      Star Voyage 2008 (สตาร์ วอยาจ 2008)

อนึ่ง, ชื่อเพลง 雪月桜花 มาจากคำว่า 雪月花 (ดอกไม้หิมะพระจันทร์) หรือ 雪月風花 (ดอกไม้สายลมหิมะพระจันทร์)
ซึ่งมีอีกความหมายหนึ่งคือ ธรรมชาติอันแสนงดงามของฤดูทั้งสี่




ฉบับภาษาไทย



วางจำหน่ายในวันที่ 20 กรกฎาคม 2010

อนึ่ง, ด้วยข้อจำกัดของการมีลิขสิทธิ์ ทำให้ผู้แปลของสำนักพิมพ์ SIC ไม่สามารถเขียนอธิบายมุขเพิ่มเติมในบางจุดได้
และในบางจุดก็จำเป็นจะต้องแปลงมุขให้เป็นแบบไทย เพื่อจะได้ไม่ต้องอธิบายยืดยาวเกี่ยวกับการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่น
หากแต่แฟนโทโฮบางส่วนก็ต้องการที่จะทราบถึงมุขต้นฉบับเหล่านั้น
ข้าพเจ้าจึงได้ประสานงานกับท่านผู้ได้รับมอบหมายให้แปลงานชิ้นนี้ เพื่ออาสาขอเป็นผู้ทำการอธิบายมุขต้นฉบับต่างๆลงในบล็อกแห่งนี้

ทั้งนี้, ขอให้เข้าใจตรงกันว่า ผู้แปลมิได้แปลผิด เพียงแต่ถูกจำกัดขอบเขตในการแปล จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับหนังสือเท่านั้น
ส่วนข้าพเจ้าเพียงต้องการเผยแพร่มุขต้นฉบับเท่านั้น มิได้มีเจตนาจะทำลายความน่าเชื่อถือของท่านผู้แปลแต่อย่างใด

นอกจากนี้
ภายในเล่มก็อย่างที่เราๆท่านๆพอจะทราบกันดีว่า หน้าสี หน้าท้าย และของแถม ต้องมีอันมลายหายไปสิ้นเพื่อลดต้นทุน เฉกเช่นเรื่องอื่นๆ
ข้าพเจ้าจึงขอนำเอาส่วนที่ขาดหายไป(เกือบ)ทั้งหมด ได้แก่ จดหมายเหตุฯ หน้าท้าย และซีดีแถม มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้
ซึ่งวัตถุข้างต้นไม่ได้ปรากฏอยู่ในตัวเล่มฉบับภาษาไทย จึงอาจเผยแพร่ได้
ส่วนหน้าสีนั้นมีอยู่ในหนังสือ (แม้จะเป็นรูปแบบขาว-ดำ) จึงไม่อาจนำมาเผยแพร่ได้
และหากทาง SIC แจ้งความประสงค์ให้หยุดการเผยแพร่ ก็จะทำการลบทันที

จึงขอประกาศให้ทราบไว้ ณ ที่นี้








แก้ไขคำผิด-คำหาย

หน้า 49
  "อย่างเมื่อตอนก่อนที่มิโกะมาที่นี่นะ..."

ปกหลัง
  ระบุชื่อเรื่องผิด ที่จริงต้องเป็น TOUHOUSANGETSUSEI




อธิบายเพิ่มเติม

ตอนที่ 1

ทสึจิโนโกะโผล่
  จำคำนี้ให้ดี

ลูกเชิด ลูกชุบ ลูกชิ้น !
  ในต้นฉบับจะเป็นการเล่นคำแบบกร่อนศัพท์ ดังนี้
  虚勢 (きせい) (Kyosei) (ทำเป็นเก่ง)
>>>奇声 (きせい) (Kisei) (เสียงประหลาด, โหยหวน)
>>>威勢 (いせい) (Isei) (ฮึกเหิม)

แผนการสร้าง
  ในต้นฉบับใช้คำว่า 匠の技 (ทาคุมิโนะวาสะ) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า งานฝีมือ
  ซึ่งคำว่า ทาคุมิ นี้พ้องเสียงกับคำว่า 巧み (ความฉลาด) ที่สตาร์แซฟไฟร์พูดขึ้นมาในช่องก่อนหน้านี้ จึงแปลได้อีกอย่างว่า แผนเจ๋งๆ

ไม่ใช่คนตัดไม้ซักหน่อย
  เนื่องจากในสมัยก่อน คนตัดไม้ไม่มีอุปกรณ์ทันสมัย ก็เลยต้องเข้าป่าหลายวัน เพื่อไปให้ถึงต้นไม้ต้นใหญ่ที่เป็นเป้าหมาย
  จากนั้นก็จะใช้เวลาอีกหลายวัน ในการตัด และขนย้ายออกมาจากป่า
  โดยในระหว่างนี้ คนตัดไม้จะกินอยู่ในป่า เวลานอนก็จะใช้เพียงเปลหรือเต็นท์เท่านั้น
  ส่วนข้าวของอื่นๆ จะวางทิ้งไว้รอบๆ เพราะตอนนี้อยู่ในป่าลึก จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีขโมยมาลักของไป
  ดังนั้นสตาร์แซฟไฟร์จึงพูดถึงการวางของไว้ข้างนอกนั่นเอง

เมดในคฤหาสน์มารแดง
  ส่วนใหญ่จะเป็นโยวเซย์(ภูต) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอกทั้งสามนั่นเอง
  รายละเอียดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ลิงค์นี้

เทศกาลเซทสึบุนระหว่างฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อน
  หรือที่คนไทยมักรู้จักในนาม เทศกาลปาถั่วไล่ยักษ์
  เซทสึบุน แปลตรงตัวได้ว่า แบ่งฤดู จึงมีทั้งสิ้น 4 ครั้งในรอบหนึ่งปี โดยวันสุดท้ายของฤดูนั้นๆจะถือว่าเป็นวันเซทสึบุน
  ปกติแล้วการทำข้าวห่อสาหร่ายไส้ถั่วจะกระทำในเทศกาลเซทสึบุนระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิ
  บางทีนี่อาจเกิดจากความเข้าใจผิดซึ่งเป็นผลมาจากการอ่านหนังสือของแพชูลี่อีกตามเคย

ให้เค้ามาทำให้ฝนไม่ตกลงมาที่สวน
  เนื่องจากการแปลที่ผิดพลาดของชาวต่างประเทศ ("ขอให้เค้า-" หายไป) ทำให้เป็นที่เข้าใจผิดกันมานานแสนนานว่า ซาคุยะเป็นคนทำให้ฝนไม่ตก
  แต่เมื่อแปลอย่างถูกต้องแล้วจะพบว่า รูปประโยคนี้ได้บ่งชี้ว่าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ซาคุยะต่างหาก
  ซึ่งถ้าดูจากการที่แพชูลี่สามารถทำให้ฝนตกเฉพาะรอบๆคฤหาสน์มารแดงในภาค 6 ได้
  ก็มีความเป็นไปได้ว่าคนที่ทำให้ฝนไม่ตกในที่นี้ ก็คือแพชูลี่นั่นเอง

ล่าแมลง
  แม้จะใช้คำว่า ล่า แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ การจับแมลง นั่นเอง
  เพียงแต่ในจุดนี้ ซาคุยะอาจพูดขึ้นมาเพราะสังเกตเห็นเมดแปลกปลอมจำนวนสามตนก็เป็นได้
  ดังนั้นการ ล่าแมลง ในที่นี้จึงอาจหมายถึงการล่าเหล่าตัวเอกทั้งสาม เพราะเผ่าพันธุ์โยวเซย์นั้นมีปีกคล้ายแมลงนั่นเอง
  โดยผู้แต่ง (ZUN) ก็ได้พูดถึงเอาไว้ในจดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับประจำตอนนี้เช่นกัน (อ่านได้ที่ด้านล่าง)


ตอนที่ 2

ป้ายชื่อของบ้านร้าง
  เขียนไว้ว่า 弟切荘 (โอโทกิริโซว) (บ้านเชือดน้องชาย) ซึ่งเป็นชื่อที่เล่นคำพ้องเสียงมาจาก 弟切草 (หญ้าเชือดน้องชาย)
  ต้นตำนานของชื่อนี้มีอยู่ว่า เมื่อน้องชายเปิดเผยความลับในการผลิตยาที่ทำจากหญ้า ก็ถูกพี่ชายของตนสังหารทันที
  หญ้านี้จึงได้ชื่อว่า หญ้าเชือดน้องชาย และจัดว่าเป็นชื่ออัปมงคล
  การที่ตั้งชื่อบ้านหลังนี้ด้วยชื่อนี้ อาจเป็นเพราะต้องการสื่อว่า นี่คือบ้านที่เกิดเหตุนั่นเอง และปัจจุบันก็ได้หลุดหลงเข้ามาสู่เกนโซวเคียวแล้ว

โยวมุกลัวผี ?
  ถูกต้องแล้ว... ทั้งที่เป็นเผ่าครึ่งคนครึ่งผี แต่โยวมุดันกลัวผีซะงั้น


ตอนที่ 3

ชื่อตอน กระต่ายในดงหญ้า
  ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 高草の兎 ซึ่ง 高草 แปลตรงตัวได้ว่า หญ้าสูง
  และคำว่า 高草 นี้ยังอาจหมายถึง จังหวัดทาคาคุสะ (ทาคาคุสะโกโอริ) ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของแคว้นอินาบะ
  เชื่อกันว่าเป็นสถานที่อาศัยที่แท้จริงของกระต่ายขาวแห่งอินาบะ, โดยตั้งชื่อเช่นนี้เพราะที่นั่นมีหญ้าและต้นไผ่เติบโตอย่างหนาแน่น
  ดังนั้นชื่อตอนนี้จึงอาจแปลได้อีกอย่างว่า กระต่ายแห่งทาคาคุสะ ... ซึ่งจะแปลยังไงก็ถูกทั้งคู่นั่นแล เพราะมันเป็นการเล่นคำ

สึนามิ
  ตามตำนานกล่าวว่า แต่เดิมกระต่ายขาวนั้นอาศัยในป่าไผ่ (คือ อยู่ที่จังหวัดทาคาคุสะ)
  แต่ถูกน้ำท่วมพัดพาไปยังเกาะโอคิ มันจึงต้องหลอกพวกฉลามเพื่อกลับมายังป่าไผ่บ้านเกิด
  จนก่อวีรกรรมให้เกิดตำนาน "กระต่ายขาวแห่งอินาบะ" ขึ้นในที่สุด

กระต่ายขาวแห่งอินาบะ
  เป็นฉายาของ เทอิ (เทวิ) (เทย์) และจากเนื้อหาในส่วนนี้ทำให้ระบุได้ค่อนข้างชัดเจนว่า เธอคือกระต่ายขาวแห่งอินาบะในตำนานตนนั้นนั่นเอง
  รายละเอียดสามารถอ่านได้ที่ ลิงค์ นี้ในส่วนของเทอิ
  ส่วนเรื่องวิธีอ่านชื่อของเธอสามารถอ่านได้ที่ ลิงค์ นี้

ดูเหมือนรอบๆเราจะ"มี"อยู่ให้เพียบเลยล่ะ
  ป่าไผ่หลงทางเป็นสถานที่ที่มีโยวไคอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจัดว่าเป็นอันตรายสำหรับโยวเซย์ด้วยเช่นกัน


ตอนที่ 4

ทำความสะอาด
  腸の掃除 (ทำความสะอาดลำไส้ / ล้างลำไส้)
  เป็นวิธีการไดเอทซึ่งเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นช่วงปี 2005-2006 ซึ่งเป็นช่วงที่แต่งเรื่องนี้พอดี
  เท่าที่สืบค้นดูก็มีหลายวิธี เช่น นวดท้อง หรือ อดมื้อกินมื้อ
  เลยมีผู้ให้ทัศนะว่า ที่เรย์มุพูดแบบนั้นออกมา อาจจะต้องการบอกว่า
  เธอกำลังยอมอด ไม่จับกระต่ายกินในตอนนี้ (ล้างลำไส้) และขุนกระต่ายเอาไว้กินทีหลัง... ก็เป็นได้ (ฮา)

  อนึ่งหญ้าที่เรย์มุให้กระต่ายกิน มีชื่อว่า อุชิฮาโคเบะ

  胃の掃除 (ทำความสะอาดกระเพาะ / ล้างกระเพาะ)
  หญ้าที่มาริสะให้เทอิกินเข้าไปนั้น เป็นหญ้าพิษที่มีผลหลายๆอย่าง รวมถึงอาการอาเจียนด้วย ก็เลยพูดว่าเป็นการล้างกระเพาะนั่นเอง

เห็ดอร่อย 3 เท่า
  มาจากรายการทำอาหาร ためしてガッテン ที่ฉายในช่วงปี 2005 ทาง NHK
  โดยในรายการนั้นโม้ไว้ว่าอร่อยขึ้นถึง 12 เท่าเลยทีเดียว (ฮา)
  มาริสะก็เลยเอามาล้อบ้างอย่างที่เห็น


ตอนที่ 5-6

ตุ๊กตาของอลิส
  จริงๆแล้วอลิสยังไม่สามารถสร้างตุ๊กตาที่สามารถคิดเองทำเองหรือพูดเองได้
  ดังนั้นที่เห็นในเรื่องว่าตุ๊กตาบ่นได้ แล้วเธอบอกให้เลิกบ่น จึงน่าจะเป็นการพูดเองเออเองอยู่คนเดียว... ช่างน่าอนาถแท้ OTL

พิธีแปรคำโกหก
  鷽替神事 (อุโสะคาเอะชินจิ) เป็นพิธีที่จัดขึ้นโดยศาลเจ้าคาเมะอิโดะเทน ในกรุงโตเกียว
  จัดขึ้นเพื่อบวงสรวง สึงาวาระ โนะ มิจิซาเนะ นักปราชญ์ยุคเฮย์อัน
  ซึ่งหลังจากเสียชีวิต ได้ถูกสักการะในนาม 天神様 (เทนจินซามะ) (ท่านเทนจิน) (ท่านเทพ) และเชื่อกันว่ามีข้ารับใช้ (ทูต) เป็น นกอุโสะ


ตอนที่ 7-8

ฤดูหนาวสั่น
  เนื่องจากเรย์มุใช้คำว่า 暖冬 (ดันโทว) ซึ่งหมายถึง ฤดูหนาวที่อบอุ่นกว่าปกติ
  แต่ดันไปพ้องเสียงกับคำว่า 弾頭 (ดันโทว) ที่แปลว่า หัวรบของมิซไซล์หรือตอร์ปิโด
  พอเรย์มุบอกว่าเป็นอิทธิพลจากดันโทว(ฤดูหนาวอุ่น)... มาริสะจึงบอกว่า ดันโทว(หัวรบ)น่ากลัว
  และเมื่อเรย์มุบอกว่า ดันโทว(ฤดูหนาวอุ่น)มันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นักหรอก
  ... ...มาริสะจึงตอบว่า นั่นสินะ, เกนโซวเคียวเองก็ควรจะมีดันโทว(หัวรบ)กับเขาบ้าง
  นั่นเพราะเกนโซวเคียวเป็นดินแดนที่อยู่คู่กับ ดันมาคุ (ห่ากระสุน) มาช้านานนั่นเอง

ลิลลี่ไวท์
  เนื่องจากพวกโยวเซย์จะแข็งแกร่งขึ้นตามสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดพลังของตนเอง
  อย่างเช่น ซันนี่มิลค์(ตะวัน)จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีพระอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้า ส่วนลูน่าไชลด์(จันทรา)ก็จะแข็งแกร่งเมื่อมีพระจันทร์อยู่บนท้องฟ้า
  ซันนี่มิลค์ก็เลยคิดว่า เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิ ลิลลี่ไวท์จะต้องแข็งแกร่งสุดๆเป็นแน่ (เมื่อเทียบกับพวกเธอ)

จับใส่ขวด
  ล้อเกม Zelda ที่ชอบจับแฟร์รี่ (ภูตจำพวกโยวเซย์) มาใส่ขวด เพื่อใช้ในการฟื้นพลังในยามที่บาดเจ็บ


ตอนพิเศษ

  เป็นการนั่งดื่มเหล้าและพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ในภาคต่างๆ โดยเมื่อตัวละครหลับไป ก็จะเป็นการผ่านเวลาไปจนถึงอีกภาคหนึ่ง
  สำหรับผู้ที่อ่านในหนังสือแล้วไม่เข้าใจมุขว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สามารถอ่านได้โดยลากเมาส์ทับข้อความด้านล่างนี้ (Spoiler Alert)
  ในการดื่มครั้งแรก พวกเธอคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในภาค 6 (เหตุหมอกแดงวิปลาส)
  ต่อมาเป็นการดื่มและพูดคุยเรื่องเหตุการณ์ในภาค 7 (เหตุผลิหนาววิปลาส)
  จากนั้นก็เป็นดื่มเหล้าในรุ่งเช้าถัดจากคืนที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ในภาค 8 (เหตุราตรีนิรันดร์วิปลาส)
  ตามด้วยการดื่มเหล้าที่เนินไร้ญาติ ซึ่งการที่ดอกฮิกันบานผิดฤดูนั้นเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าได้เกิด เหตุมหาเขตแดนวิปลาสครบรอบหกสิบปี ขึ้นแล้ว
  โดยที่พวกสามภูตไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าได้เกิดเหตุวิปลาสขึ้นแล้ว แถมยังคิดว่าเป็นลางดีซะนี่
  ปิดท้ายด้วยการพูดถึงเหตุการณ์หลังเกิดเรื่องในภาค 10


เจ้าอาวาสฮาคุเรย์
  หมายถึงฉายาของตัวผู้แต่ง หรือก็คือ ZUN นั่นเอง


บทสัมภาษณ์ท้ายเล่ม

อาจารย์ฮิราซากะ มาโคโตะ
  ในบทสัมภาษณ์ได้แอบใช้คำเฉพาะตัวของโยวมุ (เมี้ยง) ออกมาด้วย
  แต่การจะแปลออกมาเป็นไทย แถมต้องอธิบายเสริม ในหนังสือรวมเล่มลิขสิทธิ์ มันก็ไม่ง่ายนัก
  ครั้นจะยกมาแปลเองก็ใช่ที่ ข้าพเจ้าจึงเพียงบอกให้ทราบเท่านั้นว่ามีการเล่นมุขนี้อยู่ด้วย
  รายละเอียดของคำดังกล่าวสามารถอ่านได้ใน ลิงค์นี้


คำอธิบาย CD

บทอธิบาย : ZUN

1.サニーミルクの紅霧異変
Sunny Milk โนะโควมุอิเฮน (เหตุหมอกแดงวิปลาสของซันนี่มิลค์)


ตั้งใจจะทำการ Arrange เพลง Sunny Rutile Flection (ของสามภูตฯภาคแรก) ให้เป็นสไตล์โควมะเคียว (ภาค6)
จนกลายเป็นเพลงอื่นไปอย่างสมบูรณ์เลย
(ฟังแล้ว)มองเห็นภาพโยวเซย์กำลังไล่จับแมลงที่ด้านนอกของคฤหาสน์มารแดงที่กำลังเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดเลยล่ะครับ
หากเพลงนี้ตกไปอยู่ในกำมือของโยวเซย์พร้อมกับเพลงโบราณเพลงนั้นล่ะก็... ...

2.雪月桜花の国
เซทสึเกทสึโอวคะโนะคุนิ (ประเทศแห่งดอกซากุระ หิมะ และพระจันทร์)


เพลงที่สองนี้สร้างขึ้นจาก Image ของโยวโยวมุ (ภาค 7) ครับ
รู้สึกได้ถึงเวลาที่ดำเนินไปอย่างสบายๆของโยวโยวมุเลยล่ะครับ
เต็มไปด้วยหิมะแบบญี่ปุ่นจนไม่ว่าจะอยู่แห่งใดก็ไม่สำคัญ... ...และจบลงด้วยความรู้สึกที่ดี
ใส่ความรู้สึกเมาแอ๋ลงไปใน Rythm นิดหน่อย ก็ได้ความเป็นโยวเซย์ผสมสานลงไปแล้วล่ะครับ

3.スターヴォヤージュ2008
Star Voyage 2008 (สตาร์ วอยาจ 2008)


เพลงที่สามนี้สร้างขึ้นจาก Image ของเอย์ยะโชว (ภาค 8) ครับ
พูดถึงเอย์ยะโชว ก็ต้องนึกถึง มนุษย์ต่างดาว
จึงสร้างเพลงออกมาให้มืดมิดสุดหยั่ง ตามมุมมองเรื่องอวกาศที่ตัวเองโปรดปรานครับ
อาจจะเป็นเพลงที่เท่เกินไปสำหรับสามภูตก็เป็นได้นะ, ไม่สิ แหงๆเลย ต่างหากล่ะ


อนึ่ง, ท่านสามารถดาวน์โหลด CD เพลงของหนังสือเล่มนี้ได้ที่ ลิงค์ นี้






จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต

ดาวน์โหลดไฟล์จดหมายเหตุฯทุกฉบับได้ที่ ลิงค์นี้

ฉบับที่ 6

จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต
Shanghai Alice Press ~ฉบับที่ 5~
(หมายเลขฉบับเรียงผิดต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว แท้จริงแล้วต้องเป็นฉบับที่ 6)

แด่โลกที่ลึกลับยิ่งกว่า, แด่แสงที่ส่องประกายยิ่งกว่า

ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ, ZUN เองครับ
จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิสในครั้งนี้เริ่มต้นด้วยข่าวใหญ่กว่าทุกที
คิดว่าท่านที่ได้อ่านมังกะน่าจะทราบแล้วว่า, นับจากครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนนักวาดแล้ว, สามภูตจันทราเองก็ขึ้นภาคใหม่ไปพร้อมกันเลย
ก่อนอื่นก็ทำการเปลี่ยน Title ของมังกะอย่างเงียบๆ
เพื่อให้สอดคล้องกับ Subtitle ที่อยู่มาจนถึงตอนนี้และที่สำคัญก็คือเนื้อหานั่นเองครับ
ด้านนักวาดนั้น,
คุณมัทสึคุระที่รับผิดชอบมาจนถึงตอนนี้ได้ทำการ Hand Touch กับคุณฮิราซากะที่วาดการ์ตูนสี่ช่องลงในจดหมายเหตุฯ
นับจากเริ่มลงซีรี่ส์ก็ครบหนึ่งปีพอดี, การแนะนำตัวละครก็จบลงจนได้,
อยู่ในขั้นที่คิดว่าสามารถดำเนินเรื่องราวได้อย่างสบายๆด้วยแบบฉบับของโลกตามปกติในโทโฮแล้วล่ะครับ
ในโอกาสที่ได้ขึ้นภาคใหม่นี้,
สามภูตจันทราจะไปปรากฏในที่ต่างๆของเกนโซวเคียวอย่างไม่คาดฝัน ด้วยความร่าเริงและความมุ่งมั่นอันเต็มเปี่ยม

เอาล่ะ สำหรับสามภูตจันทราในมังกะตอนแรกนี้, หลังจากนี้จะเป็นยังไงก็คงต้องปล่อยให้จินตนาการกันเอาเองล่ะครับ
ที่พอจะคิดออกก็มีอยู่สองแบบคือ จบแบบสบายๆ กับ จบแบบเฉียดตาย
(เพราะโยวเซย์มีปีกแบบแมลง ดังนั้นการล่าแมลงที่ซาคุยะพูดในตอนจบ จึงอาจหมายถึงพวกสามภูตก็เป็นได้)
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับมุมมองในเกนโซวเคียวของคุณว่าจะจินตนาการออกมาในรูปแบบใดแล้วล่ะ

จะว่าไปแล้ว, อาคารแบบตะวันตกอย่างคฤหาสน์มารแดงก็เพิ่งได้มีบทในภาคนี้เป็นครั้งแรกนี่นะ
ในเรื่องสามภูตจันทราไม่ได้อธิบายอะไรเลย, จึงขอยกมาอธิบาย ณ ที่นี้แทน
คฤหาสน์มารแดงนั้นมีอีกชื่อว่า 「บ้านซึ่งเป็นที่อาศัยของปิศาจ」 (ในมังกะใช้คำว่า คฤหาสน์ แทนคำว่า บ้าน)
เป็นอาคารแบบตะวันตกที่โยวไคสไตล์ตะวันตกใช้อาศัยอย่างสบายใจ
พรมสีแดงที่ทำจากกำมะหยี่สีแดง, แปลงดอกไม้ที่หอนาฬิกา
แต่แม้จะเป็นอาคารแบบตะวันตกที่ใกล้เคียงความเป็นตะวันตกอย่างสุดขั้วในเกนโซวเคียว (ในโลกของโทโฮ),
กลับทำการล่าแมลงดังเช่นในครั้งนี้, และค่อยๆถูกย้อมด้วยความเป็นตะวันออกไปทีละน้อย
ผู้ควบคุมชะตา, เรมิเลีย สคาร์เลท (ผีดูดเลือด) เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้, แม้จะแลดูเยาว์วัย แต่มีอายุเกินกว่าห้าร้อยปีแล้ว
ผู้ควบคุมเวลา, อิซาโยอิ ซาคุยะ, คือมนุษย์หนึ่งเดียวที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้
ฟลังดร์ สคาร์เลท (ผีดูดเลือด) ผู้ทำลายล้างสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
Expert ด้านเวทมนตร์ ผู้เป็นมันสมองของคฤหาสน์, แพชูลี่ โนว์เลดจ์
หง เหม่ยหลิง ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์ประตูด้วยทักษะยุทธ์อันยอดเยี่ยม
จริงๆแล้วก็เปี่ยมไปด้วยสมาชิกชั้นเลิศเลยล่ะครับ

คฤหาสน์มารแดงนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องโผล่มาในเรื่องราวของโทโฮอย่างแน่นอน
เพราะมีสมาชิกหลายคนที่ชอบเคลื่อนไหวตามอำเภอใจอย่างมีเอกลักษณ์
จากนี้ไปก็คงจะออกมามีบทบาทอีกหลายครั้งครับ
โดยเฉพาะการต่อล้อต่อเถียงกับเรย์มุและมาริสะนั้น, เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของโทโฮเลยทีเดียว
จริงๆนะ

เจ้าอาวาสฮาคุเรย์



มัทสึคุระ เนมุ : แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ขอขอบคุณ ที่ได้สอนสิ่งต่างๆ หากมีชีวิตรอดมาได้ล่ะก็...
ฮิราซากะ มาโคโตะ : มาพยายามแบบเอาชีวิตเข้าแลกกันเถอะ !




ฉบับที่ 7

จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต
Shanghai Alice Press ~ฉบับที่ 6~
(หมายเลขฉบับเรียงผิดต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว แท้จริงแล้วต้องเป็นฉบับที่ 7)

ฤดูร้อนของเกนโซวเคียวที่หนาวเย็นด้วยยูวเรย์

สำหรับเกนโซวเคียวในตอนนี้,
สิ่งที่มีแค่ตัวเดียวแล้วไม่มีกำลังจะทำอะไรได้ แต่ดันมีจำนวนมหาศาล แถมชอบมารวมตัวกันให้เห็นอยู่ตรงหน้า
ก็คือ โยวเซย์ (ภูต) และ ยูวเรย์ (ผี) นั่นเอง

โยวเซย์นั้นมีตัวตนอยู่ทุกหนทุกแห่งในธรรมชาติ ชอบการกลั่นแกล้งเป็นอย่างมากจนสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์ไปทั่ว
และไม่มีหนทางใดที่จะสามารถกำจัดโยวเซย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

อีกด้านหนึ่ง, ยูวเรย์เองก็สามารถปรากฏตัวได้ในทุกสถานที่
เป็นสิ่งมีชีวิต (?) เจ้าปัญหาที่สามารถทะลุลอดผ่านวัตถุใดๆก็ได้
ทว่า, ยูวเรย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากปากได้, พูดให้ถูกก็คือ ไม่สามารถคงรูปร่างได้, และไม่กลั่นแกล้งผู้ใด
หากให้พูดตรงๆล่ะก็, มันเป็นตัวตนที่อยู่อย่างซึมเซาไปวันๆเท่านั้น

ที่จริงก็มีพูดถึงในเรื่องไปแล้ว แต่ขอพูดซ้ำอีกครั้งว่า ยูวเรย์นั้นมีอุณหภูมิต่ำ
เวลาที่ยูวเรย์น่าจะโผล่ออกมาแล้วรู้สึกวูบวาบนั้น ก็เป็นเพราะอุณหภูมิที่ต่ำของมันนั่นเอง
การใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะพิเศษของยูวเรย์ก็คือ การเล่นทดสอบความกล้า
การเล่นทดสอบความกล้าในฤดูร้อนที่แสนร้อนเพื่อให้รู้สึกเย็นสบายนั้น, เป็นภูมิปัญญาของคนยุคก่อนก็ว่าได้

เกนโซวเคียวมิได้มียูวเรย์เยอะมาตั้งแต่อดีตกาล
การที่พบเห็นยูวเรย์อยู่ทุกแห่งทั่วไปนั้นเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้นี่เอง
ว่าไปแล้วก็เป็นเพราะโยวไคแห่งอาณาเขตได้ทำให้อาณาเขตระหว่างโลกวิญญาณกับโลกนี้อ่อนแอลงด้วยพลังของตน
ตอนนี้การพบปะยูวเรย์ในเกนโซวเคียว หรือการเดินทางไปโลกวิญญาณทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

โลกวิญญาณนั้นเป็นโลกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
มีทั้งสวนซากุระบานที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา, เรือนญี่ปุ่นที่สวยงามซึ่งมีสวนกลางเป็นสวนหินเซน
และวิญญาณผู้คอยควบคุมโลกวิญญาณ ซึ่งอาศัยอยู่ในเรือนหลังดังกล่าว เป็นต้น
เอาไว้จะกล่าวถึงสถานที่นี้อีกครั้งในโอกาสหน้า

คอนปาคุ โยวมุ ได้ร่วมแสดงในภาคนี้เป็นตอนแรก, เธอเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับยูวเรย์ ซึ่งปกติแล้วจะอาศัยอยู่ที่โลกวิญญาณ
โดยเป็นคนรับใช้ของวิญญาณที่มีนามว่า ไซเกียวจิ ยูยูโกะ
เธอได้ยินว่ามียูวเรย์ถูกล่าในเกนโซวเคียว,
จึงมุ่งหน้ามายังเกนโซวเคียวทั้งที่ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่ายูวเรย์ถูกจับไปทำอะไรกันแน่

เธอเป็นคนเอาจริงเอาจังเกินไป จึงถูกแกล้งแหย่เล่นได้ง่าย และไม่ว่าจะไปที่ใดก็ไม่อาจทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอไร้ซึ่งพลัง,
อาจกล่าวได้ว่าในแง่ของฝีมือเพลงดาบคู่, พลังในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และพลังสมาธินั้น เธอไม่เป็นสองรองใครเลยก็ว่าได้

เหล่าสามภูตเองก็จะต้องพบเจอกับเธอในภายหลัง และคงต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน


ตอนที่ 1
แจ่มใสเดือนห้ากลางฝนเดือนห้า

ภาพ : ซาโตะPON




ซันนี่ 「สุดท้ายก็โดนไล่ออกมาจากคฤหาสน์มารแดงจนได้...」
ลูน่า 「อ้าว เขาบอกว่าจะอยู่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ」






ซันนี่ 「ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่แบบนั้นมัน...」
ซาคุยะ (คนที่ไม่ทำงาน)
ซาคุยะ (ย่อมไม่มีสิทธินะจ๊ะ)
ลูน่า 「อ่านะ」





ซันนี่ 「ให้---ตายสิ--- ฤดูฝนเนี่ย...」
สตาร์ 「... ... ...」






ซันนี่ 「เกลียดฤดูฝนอ่ะ--- !!」
ลูน่า 「แหม ทำเป็นเก่งอีกแล้วเหรอ ?」
สตาร์ 「โหยหวนอีกแล้วสินะ」
(เล่นมุขเหมือนในตอนที่ 1 ของภาคนี้ อ่านได้ที่ข้างต้น)


วจีเทพเสียงสวรรค์

ไม่ได้ติดต่อกันเสียนานเลยนะครับ, ZUN เองครับ
ในขณะที่กำลังคิดว่า ช่วงที่นิตยสารฉบับนี้วางแผงก็คงจะสิ้นฤดูฝนแล้ว, ตอนนี้ก็กำลังสนุกสนานกับญี่ปุ่นที่ชื้นแฉะอยู่ครับ
กะว่าพอหมดหน้าฝนแล้ว, ปีนี้แหละ จะต้องไป Beer Garden ให้ได้เลย, โดยที่ไม่ลืมความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่น่ะนะ

เอาล่ะ, เรื่องราวในคราวนี้เป็นเรื่องของยูวเรย์ (ผี) ก็จริง, แต่ยูวเรย์ในโทโฮนั้นไม่น่ากลัวเลยสักนิดครับ
สาเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า ยูวเรย์ นั้นเป็นสิ่งที่เหมือนกับ รูปธรรมของพลังชีวิต และไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์นั่นเอง
แต่แรกเริ่มเดิมที, มนุษย์หวาดกลัวยูวเรย์เพราะอะไรกันนะ ? เป็นเพราะยูวเรย์ทำอันตรายต่อมนุษย์รึไงกันนะ ?
บางที, อาจเป็นเพราะว่า สำหรับมนุษย์นั้น สัญลักษณ์ของยูวเรย์คือวิญญาณคนตาย ซึ่งเป็นตัวตนที่ไม่น่าจะโผล่ออกมา
สิ่งที่ทำลายสามัญสำนึกได้ก็ย่อมต้องน่ากลัวเป็นธรรมดาล่ะนะครับ

หากเป็นโลกที่การมียูวเรย์อยู่ถือเป็นเรื่องปกติล่ะก็, ยูวเรย์ก็จะเป็นตัวตนที่ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวแต่อย่างใด
อย่างมาก, ถ้าเจอวิญญาณของมนุษย์ที่ชั่วร้ายล่ะก็ ให้ระวังตัวไว้ในระดับเดียวกับตอนที่เจอมนุษย์ที่ชั่วร้ายก็เพียงพอแล้วล่ะครับ

ฤดูร้อนช่างร้อนเสียจริง, บ้านเราไม่มียูวเรย์บ้างเลยรึไงน้า... ...อ๊ะ, ผมเป็นพวกที่มองเห็นยูวเรย์ได้ดีเกินคาดน่ะครับ, จริงๆนะ
แต่ก็แค่มองเห็นเท่านั้น ไม่สามารถจับตัวเอาไว้ได้หรอกนะครับ
และในความเป็นจริง, แค่เห็นก็วิ่งหนีแล้วล่ะครับ

เจ้าอาวาสฮาคุเรย์



โฆษณา

CD เพลงวางขายพร้อมกัน 2 แผ่น !
東方花映塚 (เนินบุปผาสะท้อนลักษณ์แห่งตะวันออก) (ภาค 9)

CD ใหม่ของเซี่ยงไฮ้อลิสเกนกาคุดัน วางแผงในงานมหาเทศกาลแห่งศาลเจ้าฮาคุเรย์ ซึ่งจัดขึ้นในเดือน 5 ปี 2006

CD เพลงใหม่ในครั้งนี้มีสองกลุ่ม, หนึ่งคือแผ่นเพลงประกอบ Short Story ภาคที่ 4 「卯酉東海道 ~ Retrospective 53 minutes」
อีกหนึ่งคือซีรี่ส์เกนกาคุของเซี่ยงไฮ้อลิสเกนกาคุดัน ภาคที่ 1 「幺樂団の歴史 1 ~ Akyu's Untouched Score vol.1」
เชิญเพลิดเพลินกับผลงานใหม่ที่เปี่ยมเสน่ห์ชวนฟังในแต่ละแผ่นได้เลย !




ฉบับที่ 8

จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต
Shanghai Alice Press ~ฉบับที่ 7~
(หมายเลขฉบับเรียงผิดต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว แท้จริงแล้วต้องเป็นฉบับที่ 8)

กระต่ายนำโชคกับป่าไผ่หลงทาง

ในเกนโซวเคียว มีสถานที่กว้างใหญ่ที่มีต้นไผ่เติบโตอยู่อย่างหนาแน่น และถูกเรียกขานว่า ป่าไผ่หลงทาง
ป่าไผ่หลงทางแทบจะไม่มีจุดสังเกตในการช่วยจำทางใดๆเลย แถมยังมีหมอกลงได้ง่าย ทำให้ทัศวิสัยยิ่งแย่ลงไปอีก
เป็นสถานที่ที่แม้แต่มนุษย์ที่คุ้นเคยก็ยังหลงทางได้ง่าย สมดังชื่อของมัน

ที่ไหนสักแห่งในป่าไผ่นี้, มีอาคารที่ถูกขนานนามว่า เรือนนิรันดร์ ตั้งอยู่อย่างสงบ
เรือนนิรันดร์เป็นที่อาศัยของมนุษย์ลึกลับกับโยวไคลึกลับ
บางครั้งก็ช่วยนำทางให้แก่มนุษย์ที่หลงทาง, บางครั้งก็ลงมาขายยาที่ผลิตเองจนถึงที่หมู่บ้านมนุษย์
แม้แวบแรกจะดูเหมือนเป็นคนโอบอ้อมอารี, แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลเท่ากับความโอบอ้อมอารีที่ไม่รู้จุดประสงค์นั่นล่ะ
สิ่งที่ยิ่งทำให้น่ากังวลยิ่งกว่าเดิมก็คือ, ไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังปฏิบัติต่อโยวไคในลักษณะเดียวกันอีกด้วย

โยวไคและมนุษย์ที่ไม่ทราบตัวจริงแน่ชัด ซึ่งอาศัยอยู่ในเรือนนิรันดร์ ได้แก่
มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาแพทย์ และสร้างยาให้แก่มนุษย์และโยวไค, ยาโกะโคโระ เอย์ริน
เรย์เซน อุดองเกอิน อินาบะ, โยวไคกระต่ายผู้เป็นลูกศิษย์ของเอย์ริน
โยวไคกระต่ายซึ่งเป็น Leader ของเหล่ากระต่ายในป่าไผ่, อินาบะ เทอิ
และสุดท้ายคือ มนุษย์ผู้มากด้วยปริศนาและปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนน้อยครั้ง, โฮวไรซัน คางุยะ

เรย์เซน ผู้มีความสามารถในการควบคุมความวิกลจริต, ได้ร่วมแสดงในภาคนี้เป็นตอนแรก
แม้ในมังกะจะบอกว่ามีความสามารถเหมือนกับของซันนี่,
แต่ความสามารถในการทำให้เห็นภาพหลอนนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้น
ในความเป็นจริงนั้น, ซันนี่ไม่อาจเทียบได้แม้ขี้เล็บของความสามารถของเรย์เซนเลย
ความสามารถของซันนี่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของแสงได้ก็จริง,
แต่ความสามารถของเรย์เซนนั้นไม่ได้จำกัดแค่แสง,
เธอสามารถควบคุมคลื่นได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคลื่นในวัตถุ คลื่นในจิตใจ คลื่นไฟฟ้า ฯลฯ
และไม่ใช่เพียงทิศทางเท่านั้น แต่ยังควบคุมได้ถึงความยาวคลื่น, เฟส และการสั่นสะเทือน
ไม่ว่าจะมนุษย์หรือโยวไคล้วนได้รับผลกระทบจากความสามารถดังกล่าว หากมองนัยน์ตาสีแดงของเธอ

แม้จะไม่ค่อยมีบทให้ออกมาในมังกะ แต่โยวไคกระต่ายอีกตนคือ อินาบะ เทอิ
ความสามารถของเธอคือการมอบโชคลาภ จึงได้รับความนิยมสูงกระทั่งในหมู่มนุษย์
นอกจากนี้ เธอยังเป็น Leader ที่คอยควบคุมกระต่ายในป่าไผ่หลงทาง,
ว่ากันว่าเพียงเธอพูดคำเดียว กระต่ายทั้งหมดก็จะเคลื่อนไหวทันที
แต่ดันมีนิสัยฉลาดแกมโกง และไม่รู้สึกขัดข้องถ้าจะต้องหลอกลวงผู้คน
เป็นพวกที่เวลาอยู่ห่างในระดับหนึ่ง ก็จะได้รับความนิยมสูงอยู่หรอก, แต่ถ้าสนิทกันแล้วล่ะก็ ไม่พ้นต้องเกลียดเธอแหงๆ

อีก 2 คนในเรือนนิรันดร์นั้น แทบจะไม่ออกมาจากเรือนนิรันดร์เลย จึงยังมีปริศนาอยู่อีกมากมาย
บ้างก็ว่าเป็นมนุษย์ที่ไม่แก่ไม่ตายด้วยล่ะ... ...


วจีเทพเสียงสวรรค์

ไม่เจอกันเสียนานเลยนะครับ, ZUN เองครับ

นับจาก Renewal มาก็ผ่านมาถึงตอนที่ 3 แล้ว
คิดว่าคงมีหลายท่านที่สังเกตเห็นแล้วว่า สามตอนที่ผ่านมานี้ มีการเปิดตัวตัวละครไล่เรียงจากภาค 6 7 8 ตามลำดับ
ถ้าให้พูดล่ะก็, เป็นเพราะรู้ตัวแล้วว่าถ้าใช้แค่สามภูตและไม่เพิ่มตัวละครเข้าไปล่ะก็ มันจะแต่งเรื่องยากน่าดูเลย
ไม่ใช่สิ, มันทำให้แต่งเรื่องง่ายขึ้นต่างหาก (ก็เหมือนกันนี่เนอะ)
ในครั้งหน้าก็คงจะเป็นเรื่องราวประมาณนั้นล่ะครับ... ...

พักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน,
ตัวละครจากภาค 8 นี้มีความเป็นเอกเทศมากเกินไปจนทำให้ตัวละครจากภาคอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยาก
ไม่ว่าจะแต่งยังไงก็ต้องให้โยวไคกระต่ายสองตนนี้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง
เรย์เซนที่เป็นกระต่ายจันทรา กับเทอิที่เป็นกระต่ายโลกา, อาจพูดได้ว่าพวกเธอไปด้วยกันได้ไม่ดีเท่าไรนัก
เรย์เซนอยากใช้ประโยชน์จากกระต่ายในป่าไผ่และเทอิ,
ส่วนเทอิมีพลังที่จะควบคุมกระต่ายแต่พยายามจะไม่ใช้มัน

เป็นเพราะพระจันทร์มันอยู่สูงเกินไปหรือไรนะ, ผู้อาศัยบนดวงจันทร์จึงมีแนวโน้มที่จะดูถูกดูแคลนผู้ที่อาศัยอยู่บนพื้นพิภพ (โลก)
เทอิอาจรู้สึกถึงเรื่องดังกล่าว จึงไม่ยอมอ่อนข้อให้เรย์เซนก็เป็นได้
ทว่า, ตั้งแต่เกิดเหตุราตรีนิรันดร์วิปลาส, ผู้อาศัยในเรือนนิรันดร์เองก็เปลี่ยนแปลงไปมาก
เวลาที่พวกเธอจะเข้ากันได้ดีกับมนุษย์, ก็คงจะมาถึงในไม่นานนัก

เจ้าอาวาสฮาคุเรย์



โฆษณา

CD เพลงแผ่นใหม่ล่าสุดวางแผง !
大空魔術 ~ Magical Astronomy

ข่าวพิเศษที่สดใสกำลังจะร่ายรำ
นั่นคือข่าวเรื่องการจัดทัวร์ดวงจันทร์ให้แก่ภาคเอกชน
อวกาศของเก้าอี้รถเข็น, ความโรแมนติคชั่วนิรันดร์ (เก้าอี้รถเข็น หมายถึง Stephen Hawking)
――เป้าหมายใหม่ของชมรมผนึกลับถือกำเนิดแล้ว

CD เพลงใหม่ล่าสุดของซีรี่ส์ซึ่งแต่งเพลงและเรียบเรียงโดย ZUN
มีกำหนดการวางจำหน่ายในงาน Comic Market เดือน 8 ปี 2007 (ที่จริงเป็น 2006 ต่างหาก)
ผลงานใหม่ในครั้งนี้ จัดเป็นภาคที่ห้าของซีรี่ส์ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เรื่องของอวกาศ ของเซี่ยงไฮ้อลิสเกนกาคุดัน
มาสนุกสนานกับ CD เพลงสบายๆในวันที่ไม่ใช่วันหยุดของชมรมผนึกลับกันเถอะ

<< แผ่นรวมเพลงพร้อม Short Story ที่มี เรนโกะ แห่งชมรมผนึกลับเป็นศูนย์กลางของเรื่อง




ฉบับพิเศษ

จดหมายเหตุเซี่ยงไฮ้อลิส ฉบับสามภูต
Shanghai Alice Press ~ฉบับพิเศษ~

ร่วมงานมงคล, รับพรจากเจ้าอาวาส

ร่วมยินดีกับการรวมเล่มของซีรี่ส์เก่าที่เป็นการเปิดตัวสามภูตครั้งแรก,
ด้วยหน้าหนังสือที่คืนชีพจากการห่างหายไปนาน, แม้เป็นเพียงฉบับพิเศษชั่วข้ามคืน

โดยครั้งนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการถามคำตอบคำกับ ZUN ผู้แต่งเรื่อง

――ขอถามใหม่อีกครั้ง, ทำไมต้องเป็น 「โทโฮ (ตะวันออก)」 เหรอครับ ?
เพราะคิดว่า, ถ้าเป็นของที่ตัวเองสร้างล่ะก็ อยากให้เป็นสไตล์เอเชียที่ผสมผสานเนื้อหาของเกมเข้ากับมุมมองของโลก
แล้วก็, มันเป็นคำที่ไพเราะแม้ในยามที่ออกมาจากปากอย่างง่ายๆน่ะครับ

ในตอนแรกสุดนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะได้สร้าง 「โทโฮ」 ออกมาหลากหลายรูปแบบขนาดนี้,
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของงานทุกชิ้นก็ถือว่าดีแล้วล่ะครับ
แล้วก็, การที่ต่างไปจากสไตล์ญี่ปุ่นจนไม่ยึดติดกับประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีครับ

――การเริ่มทำหนังสือรวมเล่มในครั้งนี้, แสดงว่าโทโฮซีรี่ส์กำลังจะปรากฏตัวตามสื่อหลายๆแบบสินะครับ ?
ตัวเกมนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีภาพ เสียง และอักษรอยู่แล้ว, ดังนั้นเมื่อกลายเป็นหนังสือก็ไม่ได้รู้สึกขัดข้องมากนัก
แต่เดิมโทโฮเองก็ไม่ได้ถูกเตรียมไว้ใช้สร้างเกมอยู่แล้วล่ะครับ
ด้วยเหตุนี้เอง, ทำให้ไม่ว่าจะสร้างออกมาในรูปแบบใดก็ไม่ทำให้รู้สึกผิดแปลกแต่อย่างใดครับ

แต่ก็ไม่เคยวาดมังกะด้วยตัวเองซะด้วยสิ, และแน่นอนว่าเมื่อไม่ได้วาดด้วยตัวเอง ก็ต้องลองผิดลองถูกกันไปเรื่อยๆ
และการลองผิดลองถูกนี้ก็ยังคงดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันครับ

เป้าหมายก็... ...
มีการออกหนังสือแบบนี้เพียงครั้งคราวเท่านั้นเลยไม่มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษครับ
ถ้าให้พูดตรงๆล่ะก็, ค่อนข้างตกใจที่ทำเรื่องสั้นอย่างสามภูตออกมาได้ไม่เลวเลย

――อยากถามเกี่ยวกับตัวตนที่เรียกว่าโยวเซย์ ซึ่งเป็นตัวเอก(?)ของสามภูตจันทราหน่อยครับ
โยวเซย์ (ภูต) คือสิ่งปกติธรรมดาที่ปรากฏตัวอยู่ในที่แห่งนั้นครับ
ธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปตามที่เราคิด จะทำอะไรเพื่อแกล้งเราเมื่อใดก็ไม่รู้,
จึงออกแบบสิ่งที่เรียกว่าโยวเซย์ออกมาด้วย Image แบบนั้นครับ

โยวเซย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่บริสุทธิ์และเรียบง่าย ไม่เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกับผู้ใด
หากพูดเฉพาะในส่วนของมังกะเรื่องนี้,
ถ้าให้ตัวเอกเป็นตัวละครที่แข็งแกร่งเกินไปอย่างพวกโยวไค หรือมนุษย์ระดับยอดมนุษย์อย่างเรย์มุหรือมาริสะ,
ก็คงจะไม่ใช่เรื่องราวสบายๆ แต่กลายเป็นการผจญภัยและต่อสู้เป็นหลักเสียมากกว่า, ดังนั้นจึงเลือกโยวเซย์ครับ
เหมือนกับการที่เลือกคนธรรมดามาเป็นตัวเอกในมังกะเรื่องอื่นๆนั่นล่ะครับ

――ช่วยเล่าเกี่ยวกับการพัฒนาหรือความเป็นไปของเกนโซวเคียวหลังจากนี้หน่อยครับ
ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอนครับ
อันที่จริงเกนโซวเคียวก็ยังคงเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน,
สิ่งที่เป็นไปได้ในโลกภายนอกจึงเป็นไปได้ในเกนโซวเคียวด้วยเช่นกันครับ

เป็นที่น่าเสียดายว่า, จากนี้ไปธรรมชาติของโลกภายนอกคงจะกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ยาก
แต่เกนโซวเคียวเองก็เป็นสิ่งที่ถูกหลงลืมไปจากโลกภายนอกแล้ว, และเป็นสถานที่ที่สัตว์สูญพันธุ์สามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้ง่าย
หากมองในระยะยาว,
จินตนาการได้เลยว่าธรรมชาติของเกนโซวเคียวก็คงจะอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และมีจำนวนของโยวเซย์มากขึ้นเรื่อยๆเป็นแน่

――งั้นคำถามสุดท้าย, ในฐานะที่เป็นฉบับพิเศษเพื่อรำลึกถึงการทำหนังสือรวมเล่ม
มี Message อะไรถึงท่านผู้อ่านที่ได้สัมผัสโทโฮเป็นครั้งแรกเพราะหนังสือรวมเล่มนี้บ้างครับ

โทโฮนั้นมักจะนำเสนอในสไตล์ที่ไม่ใจดีต่อผู้เริ่มต้นอยู่แล้วครับ
อาจเป็นเพราะไม่คิดจะทำให้ภาคนี้เป็นเนื้อเรื่องหลักอยู่แล้ว, จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่นิดเดียว
ตัวเนื้อหาหลักเองก็ไม่มีความปรานีเช่นเดียวกัน

ไม่ใช่การสนุกไปกับ Sub-Story ของเนื้อหาหลัก ด้วยการสันนิษฐานจากการกำหนดรายละเอียด,
แต่อยากให้สนุกแบบสบายๆไปกับโลกที่น่าอยู่และเต็มไปด้วยปริศนาแบบ 「โทโฮ」 ที่รู้สึกได้อย่างบอกไม่ถูกครับ

ถ้าจะให้พูดแบบเข้าใจง่ายๆล่ะก็,
โทโฮเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยหนังสือเล่มนี้เล่มเดียว, แต่ถึงไม่เข้าใจก็สามารถสนุกไปกับมันได้
เหมือนที่เคยพูดไปแล้วนั่นล่ะครับ

――ขอบคุณมากครับ



โฆษณา

โลกแห่งเสียงเพลงของ 「โทโฮ」 ที่กว้างใหญ่ขึ้น

ในงาน Comike 71 ที่จัดขึ้นเมื่อปี 2006 นั้นได้มีการวางขายซีรี่ส์ต้นกำเนิดเสียง FM ภาค 2 และ 3 ในนาม 幺樂団の歴史 2 และ 3
ซึ่งเป็นการรวมเพลง Sound Track จากเกมภาค 2 และภาค 5
จะเป็นการหวนรำลึกที่น่าคิดถึงก็ดี, หรือจะเป็นการตื่นตะลึงกับความใหม่เกินคาดก็ดี, อัญมณี 2 เม็ดที่ต้องหามาให้ได้ก็ออกวางขายแล้ว


「สามภูตจันทราแห่งตะวันออก」
Official Fanbook ฉบับแรก มาแล้ว !!

ตัวตนที่อ่อนแอที่สุด(?)ในเกนโซวเคียว, สามสาวโยวเซย์ ซันนี่มิลค์ ลูน่าไชลด์ และสตาร์แซฟไฟร์
ก่อความวุ่นวายบ้าง ไม่ก่อความวุ่นวายบ้าง, เข้าไปพัวพันบ้าง ไม่เข้าไปพัวพันบ้าง, ในช่วงเวลาที่สบายๆ

Comic 「โทโฮ」 ภาค 1 「สามภูตจันทราแห่งตะวันออก ~ Eastern and Little Nature Deity.」 ซึ่งวาดโดย มัทสึคุระ เนมุ
กลับมาใหม่อีกครั้งพร้อมกับเรื่องสั้นที่แต่งโดย ZUN และ Sound CD

<< วางจำหน่ายพร้อม CompACE VOL.011 ! ราคา 1,575 เยน (รวมภาษี 5% แล้ว)




.........................................................................................................................................................................................

กลับไปที่หน้าหลักของหนังสือภาคนี้